จริงอยู่ คนมีตบะนั้น ได้ยินว่า นักบวชอเจลกะผู้ทอดทิ้งอาจาระมีอยู่ที่โน้นเป็นต้น ก็พูดว่า นี่เป็นตบะของเรา อเจลกะนั่นเป็นอันเตวาสิกของเราเป็นต้น ได้ฟังว่า ภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลอยู่ในที่โน้นเป็นต้น ก็พูดว่า นี้เป็นตบะของเรา ภิกษุนั้นเป็นอันเตวาสิกของเรา เป็นต้น.

บทว่า กิญฺจิเทว ได้แก่ โทษหรือทิฏฐิอะไรๆ. บทว่า ปฏิจฺฉนฺนํ เสวติ ได้แก่ ย่อมเสพโดยประการที่ชนเหล่าอื่นจะไม่รู้.

บทว่า อกฺขมมานํ อาห ขมติ ได้แก่ ย่อมกล่าวถึงสิ่งที่ตนไม่ชอบใจว่า เราชอบใจ. คนมีตบะย่อมบัญญัติโทษที่ตนทำแล้วมากมายว่ามีจำนวนน้อย แต่แสดงโทษที่คนอื่นทำแล้วเพียงแค่อาบัติทุกกฎว่าเป็นเหมือนต้องอาบัติปาราชิก.

บทว่า อนุญฺเญยฺยํ ได้แก่ พึงทราบ คือพึงอนุโมทนา.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๘๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อุทุมพริกสูตร”