จริงอยู่ กุศลกรรมย่อมเป็นกรรมอันบุรุษกระทำด้วยญาณสัมปยุตตจิตใด ญาณสัมปยุตตจิตนั้นนั่นแหละอันเป็นกุศล ย่อมนำบุรุษนั้นไปในประเทศอันสมควร คือให้คบสัตบุรุษทั้งหลาย. อนึ่ง บุคคลนั้นนั่นแล ชื่อว่าตั้งตนไว้โดยชอบแล้ว.
โลกิยะที่หนึ่งเทียว ท่านกล่าวไว้ในอาหาร ๔. ส่วนที่เหลือท่านกล่าวไว้ในสังคีติสูตรว่าเจือด้วยโลกิยะและโลกุตตระ. ท่านกล่าวโลกิยะทั้งหลายเทียวไว้ในส่วนเบื้องต้น ในที่นี้.
บัณฑิตพึงทราบธรรมทั้งหลายมีกามโยคะ และกามวิสังโยคะเป็นต้น ด้วยสามารถแห่งอนาคามิมรรคเป็นต้น. สัญญาและมนสิการอันสหรคตด้วยกาม ย่อมกลุ้มรุมบุคคลผู้ได้ปฐมฌานในธรรมที่เป็นไปในส่วนข้างเสื่อมเป็นต้น สมาธิก็เป็นหานภาคิยะ (เป็นไปในส่วนข้างเสื่อม). สติอันคล้อยตามสมาธินั้นย่อมตั้งมั่น สมาธิจึงเป็นฐิติภาคิยะ. สัญญาและมนสิการอันสหรคตด้วยอวิตกย่อมปรากฏ สมาธิก็เป็นวิเสสภาคิยะ. สัญญาและมนสิการอันสหรคตด้วยนิพพิทาย่อมปรากฏ สมาธิก็เป็นนิพเพธภาคิยะอันวิราคะเข้าปรุงแล้ว เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงยังสมบัติทั้งปวงให้พิสดารแล้วทราบเนื้อความโดยนัยนี้.
ส่วนในวิสุทธิมรรค ท่านกล่าววินิจฉัยกถาเนื้อความนั้นไว้แล้ว. แม้ในวาระนี้. อภิญญาเป็นต้นก็เป็นเหมือนกับคุณวิเศษอย่างหนึ่งๆ. ก็มรรคท่านกล่าวไว้ในที่นี้ในอภิญญาบท กล่าวผลไว้ในบทที่ควรกระทำให้แจ้ง. จตฺตาโรธมฺมวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที