ปัญญาในฌาน ๒ ชื่อว่า ปีติแผ่ไป. ปัญญาในฌาน ๓ ชื่อว่าสุขแผ่ไป. ปัญญาในจิตของผู้อื่น (รู้ใจของผู้อื่น) ชื่อว่าใจแผ่ไป. ทิพยจักษุ ชื่อว่าแสงสว่างแผ่ไป. ญาณเป็นเครื่องพิจารณาของท่านผู้ออกจากสมาธินั้นๆ ชื่อว่านิมิตเป็นเครื่องพิจารณา. ๑- ____________________________ ๑- อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๘๓๓

บรรดาบทเหล่านั้น ปีติแผ่ไป สุขแผ่ไป เปรียบเหมือนเท้าทั้ง ๒. ใจแผ่ไป แสงสว่างแผ่ไป เปรียบเหมือนมือทั้ง ๒. ฌานอันเป็นบาทแห่งอภิญญา เปรียบเหมือนกายท่อนกลาง. นิมิตเป็นเครื่องพิจารณา เปรียบเหมือนศีรษะ.

ท่านพระสารีบุตรเถระแสดงสัมมาสมาธิอันประกอบด้วยองค์ ๕ กระทำให้เป็นเหมือนบุรุษผู้สมบูรณ์ด้วยอวัยวะน้อยใหญ่ด้วยประการฉะนี้. สมาธิในอรหัตตผล ท่านประสงค์เอาในคำเป็นต้นว่า สมาธินี้เป็นสุขในปัจจุบันด้วยนั่นเทียว.

จริงอยู่ สมาธิในอรหัตตผลนั้น ชื่อว่าสุขในปัจจุบัน เพราะเป็นสุขในขณะที่บรรลุแล้วๆ สมาธิต้นๆ เป็นวิบากแห่งสุขต่อไป เพราะเป็นปัจจัยแห่งสุขในสมาธิหลังๆ. ที่ชื่อว่าอริยะ เพราะความเป็นผู้ห่างไกลจากกิเลสทั้งหลาย. ที่ชื่อว่านิรามิส เพราะความไม่มีแห่งอามิสคือกาม อามิสคือวัฏฏะและอามิสคือโลก. ที่ชื่อว่าไม่เสพคนชั่ว เพราะความเป็นผู้เสพมหาบุรุษทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น. ที่ชื่อว่าสัตบุรุษ เพราะอวัยวะสงบ เพราะอารมณ์สงบ และเพราะความกระวนกระวาย คือกิเลสทั้งปวงสงบ. ที่ชื่อว่าประณีต เพราะอรรถว่าไม่เดือดร้อน. ที่ชื่อว่าได้ความสงบระงับ เพราะได้ความสงบระงับกิเลส หรือเพราะได้ซึ่งความเป็นคือสงบระงับกิเลส.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๘๓๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. ทสุตตรสูตร”