อธุนา กาลกโตติ สมฺปติ กาลกโต. เทฺวธิกชาตาติ เทฺวธา ชาตา, เทฺวภาคา ชาตา. ภณฺฑนาทีสุ ภณฺฑนํ ปุพฺพภาคกลโห, ตํ ทณฺฑาทานาทิวเสน ปณฺณตฺติวีติกฺกมวเสน จ วฑฺฒิตํ กลโห. "น ตฺวํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานาสี"ติ อาทินา นเยน วิรุทฺธํ วจนํ วิวาโท. วิตุทนฺตาติ วิชฺฌนฺตา. สหิตํ เมติ มม วจนํ อตฺถสญฺหิตํ. อธิจิณฺณนฺเต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตว อธิจิณฺณํ จิรกาลเสวนวเสน ๑- ปคุณํ, ตํ มม วาทํ อาคมฺม วิปรีวตฺตํ. ๒- อาโรปิโต เต วาโทติ ตุยฺหํ อุปริ มยา โทโส อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ ภตฺตปุฏํ อาทาย ตํ ตํ ปูคํ ๓- อุปสงฺกมิตฺวา วาทปฺปโมกฺขตฺถาย อุตฺตรึ ปริเยสมาโน วิจริ. นิพฺเพเธหิ วาติ อถวา มยา อาโรปิตโทสโต อตฺตานํ โมเจหิ. สเจ ปโหสีติ สเจ สกฺโกสิ. วโธเยวาติ มรณเมว. นาฏปุตฺติเยสูติ นาฏปุตฺตสฺส อนฺเตวาสิเกสุ. นิพฺพินฺนรูปาติ อุกฺกณฺฐิตสภาวา อภิวาทนาทีนิปิ น กโรนฺติ. วิรตฺตรูปาติ วิคตเปมา. ปฏิวานรูปาติ เตสํ สกฺกจฺจกิริยโต นิวตฺตนสภาวา. ยถาตนฺติ ยถา ทุรกฺขาตาทิสภาเว ธมฺมวินเย นิพฺพินฺนวิรตฺตปฏิวานรูเปหิ ภวิตพฺพํ, ตเถว ชาตาติ อตฺโถ. ทุรกฺขาเตติ ทุกฺกถิเต. ทุปฺปเวทิเตติ ทุพฺพิญฺญาปิเต. ๔- อนุปสมสํวตฺตนิเตติ ราคาทีนํ อุปสมํ กาตุํ อสมตฺเถ. ภินฺนถูเปติ ภินฺนปติฏฺเฐ. ๕- เอตฺถ หิ นาฏปุตฺโตว เนสํ ปติฏฺฐฏฺเฐน ถูโป. โส ปน ภินฺโน มโต. เตน วุตฺตํ "ภินฺนถูเป"ติ. อปฺปฏิสรเณติ ตสฺเสว อภาเวน ปฏิสรณวิรหิเต.

@๔ ฉ.ม., อิ. ทุวิญฺญาปิเต ๕ ฉ.ม. ภินฺทปฺปติฏฺเฐ

นนุ จายํ นาฏปุตฺโต นาฬนฺทวาสิโก, โส กสฺมา ปาวายํ กาลกโตติ. โส กิร อุปาลินา คหปตินา ปฏิวิทฺธสจฺเจน ทสหิ คาถาหิ ภาสิเต พุทฺธคุเณ สุตฺวา อุณฺหํ โลหิตํ ฉฑฺเฑสิ. อถ นํ อผาสุกํ คเหตฺวา ปาวํ อคมํสุ. โส ตตฺถ กาลมกาสิ. กาลํ กุรุมาโน จ จินฺเตสิ "มม ลทฺธิ อนิยฺยานิกา สารวิรหิตา, มยนฺตาว นฏฺฐา, อวเสสชโนปิ มา อปายปูรโก อโหสิ, สเจ ปนาหํ มม "สาสนํ อนิยฺยานิกนฺ"ติ วกฺขามิ, น สทฺทหิสฺสนฺติ, ยนฺนูนาหํ เทฺวปิ ชเน น เอกนีหาเรน อุคฺคณฺหาเปยฺยํ, เต มมจฺจเยน อญฺญมญฺญํ วิวทิสฺสนฺติ, สตฺถา ตํ วิวาทํ ปฏิจฺจ เอกํ ธมฺมกถํ กเถสฺสติ, ตโต เต สาสนสฺส มหนฺตภาวํ ชานิสฺสนฺตี"ติ.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๑๔๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปาสาทิกสูตร”