@๓ ก. สมนฺตมาจริ โลมหํสนกรํ ภยํ อุตฺตาสภยํ นาม. ตํ สพฺพํ อปนุทิตา วูปสมิตา. สํวิธาตาติ สํวิทหิตา. กถํ สํวิทหติ? อฏวิยํ สาสงฺกฏฺฐาเนสุ ทานสาลํ กาเรตฺวา ตตฺถ อาคเต โภเชตฺวา มนุสฺเส ทตฺวา อติวาเหติ. ตํ ฐานํ ปวิสิตุํ อสกฺโกนฺตานํ มนุสฺเส เปเสตฺวา ปเวเสติ. นคราทีสุปิ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ อารกฺขํ ฐเปติ, เอวํ สํวิทหติ. สปริวารญฺจ ทานํ อทาสีติ อนฺนปานาทิ ทสวิธํ ทานวตฺถุ.

ตตฺถ อนฺนนฺติ ยาคุภตฺตํ. ตํ เทนฺโต ๑- น ทฺวาเร ฐเปตฺวา อทาสิ, อถโข อนฺโตนิเวสเน หริตูปลิตฺเต ฐาเน ลาชา เจว ปุปฺผานิ จ วิกิริตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา วิตานํ พนฺธิตฺวา คนฺธธูปาทีหิ สกฺการํ กตฺวา ภิกฺขุสํฆํ นิสีทาเปตฺวา ยาคุํ อทาสิ. ยาคุํ เทนฺโต จ สพฺยญฺชนํ อทาสิ. ยาคุปานาวสาเน ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา นานปฺปการกํ อนนฺตํ ขชฺชกํ ทตฺวา ปริโยสาเน อเนกสูปํ อเนกพฺยญฺชนํ ปณีตโภชนํ อทาสิ. ปานํ เทนฺโต อมฺพปานาทิอฏฺฐวิธปานํ อทาสิ, ตํปิ ยาคุภตฺตํ ทตฺวา. วตฺถํ เทนฺโต น สุทฺธวตฺถเมว อทาสิ, เอกปฏทุปฏาทิปโหนกํ ปน วตฺถํ ๒- ทตฺวา สูจึปิ อทาสิ, สุตฺตํปิ อทาสิ, สุตฺตํปิ วฏฺเฏสิ, สูจิกรณฏฺฐาเน ภิกฺขูนํ อาสนานิ ยาคุภตฺตํ ปาทมกฺขนํ ปิฏฺฐิมกฺขนํ รชนํ ปณฺฑุปลาสํ รชนโทณิกํ อนฺตมโส จีวรรชนกมฺปิ กปฺปิยการกมฺปิ อทาสิ.

ยานนฺติ อุปาหนํ. ตํ เทนฺโตปิ ๓- อุปาหนตฺถวิกํ อุปาหนทณฺฑกํ มกฺขนเตลํ เหฏฺฐา วุตฺตานิ จ อนฺนาทีนิ ตสฺเสว ปริวารํ กตฺวา อทาสิ. มาลํ เทนฺโตปิ น สุทฺธมาลเมว อทาสิ, อถโข นํ คนฺเธหิ มิสฺเสตฺวา เหฏฺฐิมานิ จตฺตาริ ตสฺเสว ปริวารํ กตฺวา อทาสิ. โพธิเจติยอาสนโปตฺถกาทิปูชนตฺถาย เจว เจติยฆรธูปนตฺถาย จ คนฺธํ เทนฺโตปิ น สุทฺธคนฺธเมว อทาสิ, คนฺธปึสนกนิสทาย เจว ปกฺขิปนกภาชเนน จ สทฺธึ เหฏฺฐิมานิ ปญฺจ ตสฺส ปริวารํ กตฺวา อทาสิ. เจติยปูชาทีนํ อตฺถาย หริตาลมโนสิลาจีนปิฏฺฐาทิวิเลปนํ เทนฺโตปิ น สุทฺธวิเลปนเมว อทาสิ, วิเลปนภาชเนน สทฺธึ เหฏฺฐิมานิ ฉ ตสฺส ปริวารํ กตฺวา อทาสิ. เสยฺยาติ มญฺจปีฐํ. ตํ เทนฺโตปิ น

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๑๖๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. ลักขณสูตร”