@๔ อิ. อญฺญํ ๕ ฉ.ม., อิ. สาธุ อปิจ น ทีสฺสติ ๖ ฉ.ม. ฉินฺโน
สุหทมิตฺตวณฺณนา
[๒๖๐] เอวํ น อเสวิตพฺเพ ปาปมิตฺเต ทสฺเสตฺวา อิทานิ เสวิตพฺเพ กลฺยาณมิตฺเต ทสฺเสนฺโต ปุน จตฺตาโรเม คหปติปุตฺตาติ อาทิมาห. ตตฺถ สุหทาติ สุนฺทรหทยา.
[๒๖๑] ปมตฺตํ รกฺขตีติ มชฺชํ ปิวิตฺวา คามมชฺเฌ วา คามทฺวาเร วา มคฺเค วา นิปนฺนํ ทิสฺวา "เอวํ นิปนฺนสฺส โกจิเทว นิวาสนปารุปนํปิ หเรยฺยา"ติ สมีเป นิสีทิตฺวา ปพุทฺธกาเล คเหตฺวา คจฺฉติ. ปมตฺตสฺส สาปเตยฺยนฺติ สหาโย พหิ คโต วา โหติ สุรํ ปิวิตฺวา วา มตฺโต, ๑- เคหํ อนารกฺขํ, "โกจิเทว ยงฺกิญฺจิ ๒- หเรยฺยา"ติ เคหํ ปวิสิตฺวา ตสฺส ธนํ รกฺขติ. ภีตสฺสาติ กิสฺมิญฺจิเทว ภเย อุปฺปนฺเน "มา ภายิ, มาทิเส สหาเย ฐิเต กึ ภายสี"ติ ตํ ภยํ หรนฺโต ๓- ปฏิสรณํ โหติ. ตทฺทิคุณํ โภคนฺติ กิจฺจกรณีเย อุปฺปนฺเน สหายํ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตํ ทิสฺวา วทติ "กสฺมา อาคโตสี"ติ. ราชกุเล กมฺมํ อตฺถีติ. กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ. เอโก กหาปโณติ. "นคเร กมฺมํ นาม น เอกกหาปเณน นิปฺปชฺชติ, ๔- เทฺว คณฺหาหี"ติ, เอวํ ยตฺตกํ วทติ, ตโต ทิคุณํ เทติ.