มิตฺตวินฺทุโก หิ มาตรา "ตาต อชฺช อุโปสถิโก หุตฺวา วิหาเร สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ สุณ, สหสฺสนฺเต ทสฺสามี"ติ วุตฺโต ธนโลเภน อุโปสถํ สมาทาย วิหารํ คนฺตฺวา อิทํ ฐานํ อกุโตภยนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา ธมฺมาสนสฺส เหฏฺฐา นิปนฺโน สพฺพรตฺตึ นิทฺทายิตฺวา ฆรํ อคมาสิ. มาตา ปาโตว ยาคุํ ปจิตฺวา อุปนาเมสิ. โส สหสฺสํ คเหตฺวาว ปิวิ. อถสฺส เอตทโหสิ "ธนํ สํหริสฺสามี"ติ. โส นาวาย สมุทฺทํ ปกฺขนฺทิตุกาโม อโหสิ. อถ นํ มาตา "ตาต อิมสฺมึ กุเล จตฺตาลีสโกฏิธนํ อตฺถิ, อลํ คมเนนา"ติ นิวาเรสิ. โส ตสฺสา วจนํ อนาทิยิตฺวา คจฺฉติเอว, มาตา ปุรโต อฏฺฐาสิ. อถ. นํ กุชฺฌิตฺวา "อยํ มยฺหํ ปุรโต ติฏฺฐตี"ติ ปาเทน ปหริตฺวา ปาติตํ ๑- มาตรํ ๒- อนฺตรํ กตฺวา อคมาสิ.
มาตา อุฏฺฐหิตฺวา "มาทิสาย มาตริ เอวรูปํ กมฺมํ กตฺวา คตสฺส เม ๓- คตฏฺฐาเน สุขํ ภวิสฺสตีติ เอวํ สญฺญี นาม ตฺวํ ปุตฺตา"ติ อาห. ตสฺส นาวํ อารุยฺห คจฺฉโต สตฺตเม ทิวเส นาวา อฏฺฐาสิ. อถ เต มนุสฺสา "อทฺธา เอตฺถ ปาปปุริโส อตฺถิ, สลากํ เทถา"ติ อาหํสุ. สลากา ทียมานา ตสฺเสว ติกฺขตฺตุํ ปาปุณิ. ๔- เต ตสฺส อุฬุมฺปํ ทตฺวา ตํ สมุทฺเท ปกฺขิปึสุ. โส เอกํ ทีปํ คนฺตฺวา เวมานเปตีหิ ๕- สทฺธึ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต ตาหิ "ปุรโต ปุรโต มา อคมาสี"ติ วุจฺจมาโน, ตทฺทิคุณํ ตทฺทิคุณํ สมฺปตฺตึ ปสฺสนฺโต อนุปุพฺเพน ขุรจกฺกธรํ เอกํ อทฺทส. ตสฺส ตํ จกฺกํ ปทุมปุปฺผํ วิย อุปฏฺฐาสิ. โส ตํ อาห "อมฺโภ อิทํ ตยา ปิลนฺธิตปทุมํ มยฺหํ เทหี"ติ. "น อิทํ สามิ ปทุมํ, ขุรจกฺกํ เอตนฺ"ติ. โส "วญฺเจสิ ๖- ตฺวํ กึ มยา ปทุมํ น ๗- ทิฏฺฐปุพฺพนฺ"ติ วตฺวา ตฺวํ โลหิตจนฺทนํ วิลิมฺปิตฺวา ปิลนฺธนํ ปทุมปุปฺผํ มยฺหํ น ทาตุกาโมติ อาห. โส จินฺเตสิ "อยํปิ มยา กตสทิสํ กมฺมํ กตฺวา ตสฺส ผลํ อนุภวิตุกาโม"ติ. อถ นํ "หนฺท เทมี"ติ วตฺวา ตสฺส มตฺถเก จกฺกํ ปกฺขิปิ. เตน วุตฺตํ:-
@๓ ฉ.ม. เต ๔ ฉ.ม. ปาปุณาติ