อถโข ภิกฺขเวติ ภิกฺขเว อถ ราชา ทฬฺหเนมิ "จกฺกรตนํ โอสกฺกิตนฺ"ติ สุตฺวา อุปฺปนฺนพลวโทมนสฺโส "นทานิ มยา จิรํ ชีวิตพฺพํ ภวิสฺสติ, อปฺปาวเสสํ เม อายุ, น เมทานิ กาเม ปริภุญฺชนกาโล, ปพฺพชฺชากาโล เม อิทานี"ติ โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา เชฏฺฐปุตฺตํ กุมารํ อามนฺตาเปตฺวา เอตทโวจ. สมุทฺทปริยนฺตนฺติ ปริกฺขิตฺตเอกสมุทฺทปริยนฺตเมว. อิทญฺหิสฺส กุลสนฺตกํ. จกฺกวาฬปริยนฺตํ ปน ปุญฺญิทฺธิวเสน นิพฺพตฺตํ, น ตํ สกฺกา ทาตุํ. กุลสนฺตกํ ปน นิยฺยาเทนฺโต "สมุทฺทปริยนฺตนฺ"ติ อาห. เกสมสฺสุนฺติ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชนฺตาปิ หิ ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาเรนฺติ. ตโต ปฏฺฐาย ปรุฬฺหเกเส พนฺธิตฺวา วิจรนฺติ, เตน วุตฺตํ "เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา"ติ.

[๘๓] กาสายานีติ กาสายรสปีตานิ. อาทิโต เอวํ กตฺวา ปจฺฉา วกฺกลานิปิ ธาเรนฺติ. ปพฺพชีติ ปพฺพชิโต. ปพฺพชิตฺวา จ อตฺตโน มงฺคลวนุยฺยาเนเยว วสิ. ราชีสิมฺหีติ ราชอิสิมฺหิ. พฺราหฺมณปพฺพชิตา หิ "พฺราหฺมณีสโย"ติ วุจฺจนฺติ. เสตจฺฉตฺตํ ปน ปหาย ราชปพฺพชิตา ราชีสโยติ. อนฺตรธายีติ อนฺตรหิตํ นิพฺพุตทีปสิขา วิย อภาวํ อุปคตํ.

ปฏิสํเวเทสีติ กนฺทนฺโต ปริเทวนฺโต ชานาเปสิ. เปตฺติกนฺติ ปิติโต อาคตํ ทายชฺชํ น โหติ, น สกฺกา กุสีเตน หีนวิริเยน ทส อกุสลกมฺมปเถ สมาทาย วตฺตนฺเตน ปาปุณิตุํ. อตฺตโน ปน สุกฏกมฺมํ นิสฺสาย ทสวิธํ วา ทฺวาทสวิธํ วา จกฺกวตฺติวตฺตํ ปูเรนฺเตเนว ตํ ปตฺตพฺพนฺติ ทีเปติ. อถ นํ วตฺตปฏิปตฺติยํ โจเทนฺโต "อิงฺฆ ตฺวนฺ"ติ อาทิมาห.

ตตฺถ อริเยติ นิทฺโทเส. จกฺกวตฺติวตฺเตติ จกฺกวตฺตีนํ วตฺเต.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๔๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. จักกวัตติสูตร”