อตีเต กิร สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก เอกา อุปาสิกา ปทุมุตฺตรํ ภควนฺตํ นิมนฺเตตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสตสหสฺสสฺส ทานํ ทตฺวา ภควโต ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา "อนาคเต ตุมฺหาทิสสฺส พุทฺธสฺส อคฺคูปฏฺฐายิกา โหมี"ติ ปตฺถนํ อกาสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสริตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล ภทฺทิยนคเร เมณฺฑกเสฏฺฐิปุตฺตสฺส ธนญฺชยเสฏฺฐิโน เคเห สุมนเทวิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ชาตกาเล ตสฺสา วิสาขาติ นามํ อกํสุ. สา ยทา ภควา ภทฺทิยนครํ อคมาสิ, ตทา ปญฺจหิ ทาริกาสเตหิ สทฺธึ ภควโต ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ปฐมทสฺสนมฺหิเยว โสตาปนฺนา อโหสิ.

อปรภาเค สาวตฺถิยํ มิคารเสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปุณฺณวฑฺฒนกุมารสฺส เคหํ คตา. ตตฺถ นํ มิคารเสฏฺฐี มาตุฏฺฐาเน ฐเปสิ. ตสฺมา มิคารมาตาติ วุจฺจติ. ปติกุลํ คจฺฉนฺติยา จสฺสา ปิตา มหาลตาปสาธนปิลนฺธนํ นาม การาเปสิ. ตสฺมึ ปิลนฺธเน จ ติสฺโส ๑- วชิรนาฬิโย อุปโยคํ อคมํสุ, มุตฺตานํ เอกาทส นาฬิโย, ปพาฬสฺส ทฺวาวีสติ นาฬิโย, มณีนํ เตตฺตึส นาฬิโย. อิติ เอเตหิ จ อญฺเญหิ จ สตฺตวณฺเณหิ ๒- รตเนหิ นิฏฺฐานํ อคมาสิ. ตํ สีเส ปฏิมุกฺกํ ยาว ปาทปิฏฺฐิยา ภสฺสติ. ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธารยมานาว นํ อิตฺถี ธาเรตุํ สกฺโกติ,

สา อปรภาเค ทสพลสฺส อคฺคูปฏฺฐายิกา หุตฺวา ตํ ปสาธนํ วิสชฺเชตฺวา นวหิ โกฏีหิ ภควโต วิหารํ การยมานา กรีสมตฺเต ภูมิภาเค ปาสาทํ กาเรสิ. ตสฺส อุปริภูมิยํ ปญฺจ คพฺภสตานิ โหนฺติ, เหฏฺฐิมภูมิยํ

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๖๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. อัคคัญญสูตร”