มาตุคามตฺตภาเว ฐิตาย วิสาขาย วิย อญฺญิสฺสา พุทฺธสาสเน ธนปริจฺจาโค นาม นตฺถิ, ปุริสตฺตภาเว ฐิตสฺส อนาถปิณฺฑิกสฺส วิย อญฺญสฺสาติ. โส หิ จตุปณฺณาสโกฏิโย วิสชฺเชตฺวา สาวตฺถิยา ทกฺขิณภาเค อนุราธปุรสฺส มหาวิหารสฺส สทิเส ฐาเน เชตวนมหาวิหารํ นาม กาเรสิ. วิสาขา สาวตฺถิยา ปาจีนภาเค อุตฺตมเทวิยา ๑- วิหารสทิเส ฐาเน ปุพฺพารามํ นาม กาเรสิ. ภควา อิเมสํ ทฺวินฺนํ กุลานํ อนุกมฺปาย สาวตฺถิยํ นิสฺสาย วิหรนฺโต อิเมสุ ทฺวีสุ วิหาเรสุ นิพทฺธวาสํ วสิ. เอกํ อนฺโตวสฺสํ เชตวเน วสติ, เอกํ ปุพฺพาราเม. ตสฺมึ สมเย ปน ภควา ปุพฺพาราเม วิหรติ. เตน วุตฺตํ "ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท"ติ.

วาเสฏฺฐภารทฺวาชาติ วาเสฏฺโฐ จ สามเณโร ภารทฺวาโช จ. ภิกฺขูสุ ปริวสนฺตีติ เตเนว ติตฺถิยปริวาสํ วสนฺติ, น อาปตฺติปริวาสํ. อปริปุณฺณวสฺสตฺตา ปน ภิกฺขุภาวํ ปฏฺฐยมานา วสนฺติ. เตนาห "ภิกฺขุภาวํ อากงฺขมานา"ติ, อุโภปิ เหเต อุทิจฺจพฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺตา, จตฺตาฬีสจตฺตาฬีสโกฏิวิภวา ติณฺณํ เวทานํ ปารคู มชฺฌิมนิกาเย วาเสฏฺฐสุตฺตํ สุตฺวา สรณํ คตา, เตวิชฺชสุตฺตํ สุตฺวา ปพฺพชิตฺวา อิมสฺมึ กาเล ภิกฺขุภาวํ อากงฺขมานา ปริวสนฺติ. อพฺโภกาเส จงฺกมตีติ อุตฺตรทกฺขิเณน อายตสฺส ปาสาทสฺส ปุรตฺถิมภาเค ปาสาทจฺฉายายํ ยนฺตรชฺชูหิ อากฑฺฒิยมานํ รตนสตุพฺเพธํ สุวณฺณอคฺฆิกํ วิย อนิลปเถ วิธาวนฺตีหิ ฉพฺพณฺณาหิ พุทฺธรสฺมีหิ โสภยมาโน อปราปรํ จงฺกมติ.

[๑๑๓] อนุจงฺกมึสูติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห โอนตสรีรา หุตฺวา อนุวตฺตมานา จงฺกมึสุ. วาเสฏฺฐํ อามนฺเตสีติ โส เตสํ ปณฺฑิตตโร คเหตพฺพํ วิสชฺเชตพฺพญฺจ ชานาติ, ตสฺมา ตํ อามนฺเตสิ. ตุเมฺห ขฺวตฺถาติ ตุเมฺห โข

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๖๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. อัคคัญญสูตร”