กติ เนสํ วีถิโยติ เอตฺถ ปน อชวีถิ นาควีถิ โควีถีติ ติสฺโส วีถิโย โหนฺติ. ตตฺถ อชานํ อุทกํ ปฏิกูลํ โหติ, ตํ หิ หตฺถินาคานํ มนาปํ. คุนฺนํ สีตุณฺหสมตาย ผาสุ โหติ. ตสฺมา ยํ กาลํ จนฺทิมสุริยา อชวีถึ อารูหนฺติ, ตทา เทโว เอกพินฺทุมฺปิ น วสฺสติ. ยทา นาควีถึ อาโรหนฺติ, ตทา ภินฺนํ วิย นภํ ปคฺฆรติ. ยทา โควีถึ อารูหนฺติ, ตทา อุตุสมตา สมฺปชฺชติ, จนฺทิมสุริยา ฉ มาเส สิเนรุโต พหิ นิกฺขมนฺติ, ฉ มาเส อนฺโต วิจรนฺติ. เต หิ อาสาฬฺหมาเส สิเนรุสมีเปน จรนฺติ. ๑- ตโต ปเร เทฺว มาเส นิกฺขมิตฺวา พหิ จรนฺตา ๒- ปฐมกตฺติกมาเส มชฺเฌน คจฺฉนฺติ. ตโต จกฺกวาฬาภิมุขา คนฺตฺวา ตโย มาเส จกฺกวาฬสมีเปน จริตฺวา ปุน นิกฺขมิตฺวา จิตฺรมาเส มชฺเฌน คนฺตฺวา ตโต อปเร ๓- มาเส สิเนรูภิมุขา ปกฺขนฺทิตฺวา ปุน อาสาเฬฺห สิเนรุสมีเปน จรนฺติ.

กิตฺตเก ฐาเน อาโลกํ กโรนฺตีติ. เอกปฺปหาเรน ตีสุ ทีเปสุ อาโลกํ กโรนฺติ. กถํ? อิมสฺมึ หิ ทีเปสุริยุคฺคมนกาโล ปุพฺพวิเทเห มชฺฌนฺติโก โหติ, อุตฺตรกุรูสุ อตฺถงฺคมนกาโล, อมรโคยาเน มชฺฌิมยาโม. ปุพฺพวิเทหมฺหิ อุคฺคมนกาโล อุตฺตรกุรูสุ มชฺฌนฺติโก โหติ, ๔- อมรโคยาเน อตฺถงฺคมนกาโล, อิธ มชฺฌิมยาโม. อุตฺตรกุรูสุ อุคฺคมนกาโล อมรโคยาเน มชฺฌนฺติโก, อิธ อตฺถงฺคมนกาโล, ปุพฺพวิเทเห มชฺฌิมยาโม. อมรโคยานทีเป อุคฺคมนกาโล อิธ มชฺฌนฺติโก, ปุพฺพวิเทหทีเป ๕- อตฺถงฺคมนกาโล, อุตฺตรกุรูสุ มชฺฌิมยาโมติ.

นกฺขตฺตานิ ตารกรูปานีติ กตฺติกาทินกฺขตฺตานิ เจว เสสตารกรูปานิ จ จนฺทิมสุริเยหิ สทฺธึเยว ปาตุรเหสุํ. รตฺตินฺทิวาติ ตโต สุริยตฺถงฺคมนโต ยาว อรุณุคฺคมนา รตฺติ, อรุณุคฺคมนโต ยาว สุริยตฺถงฺคมนา ทิวาติ เอวํ รตฺตินฺทิวา ปญฺญายึสุ. อถ ปญฺจทส รตฺติโย อฑฺฒมาโส, เทฺว อฑฺฒมาสา มาโสติ เอวํ

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๗๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. อัคคัญญสูตร”