@๓ ฉ.ม., อิ. ทฬฺหุทฺธาปํ ๔ ฉ.ม., อิ. วา น ทิสฺสติ ๕ ฉ.ม. นีวรณานิ สมฺมาสมฺโพธิ อรหตฺตเมว. ทีฆภาณกมหาสิวตฺเถโร ปนาห "สติปฏฺฐาเน วิปสฺสนาติ คเหตฺวา โพชฺฌงฺเค มคฺโค ๑- จ สพฺพญฺญุตญาณญฺจาติ คหิเต สุนฺทโร ปญฺโห ภเวยฺย, น ปเนวํ คหิตนฺ"ติ. อิติ เถโร สพฺพญฺญุพุทฺธานํ ๒- นีวรณปฺปหาเน สติปฏฺฐานภาวนาย สมฺโพธิยญฺจ มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณรชตานํ วิย นานตฺตาภาวํ ทสฺเสติ.
อิธ ฐตฺวา อุปมา สํสนฺเทตพฺพา:- อายสฺมา หิ สาริปุตฺโต ปจฺจนฺตนครํ ทสฺเสติ, ๓- ปาการํ ทสฺเสสิ, ปริยายปถํ ทสฺเสสิ, ทฺวารํ ทสฺเสสิ, ปณฺฑิตโทวาริกํ ทสฺเสสิ, นครปฺปวิสนกนิกฺขมเก โอฬาริเก ปาเณ ทสฺเสสิ, โทวาริกสฺส เตสํ ปาณานํ ปากฏภาวญฺจ ทสฺเสสิ. ตตฺถ กึ เกน สทิสนฺติ เจ. นครํ วิย หิ นิพฺพานํ, ปากาโร วิย สีลํ, ปริยายปโถ วิย หิริ ๔- ทฺวารํ วิย อริยมคฺโค, ปณฺฑิตโทวาริโก วิย ธมฺมเสนาปติ, นครปฺปวิสนกนิกฺขมนก- โอฬาริกปาณา วิย อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา พุทฺธา, โทวาริกสฺส เตสํ ปาณานํ ปากฏภาโว วิย อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ พุทฺธานํ สีลสมถาทีหิ ปากฏภาโว. เอตฺตาวตา เถเรน ภควา เอวมหํ สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา ธมฺมนฺวเยน นยคฺคาเหน ชานามีติ อตฺตโน สีหนาทสฺส อนุโยโค ทินฺโน โหติ.
[๑๔๔] อิธาหํ ภนฺเต เยน ภควาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ ๕- กสฺมา อารภิ? สาวกปารมีญาณสฺส นิปฺผตฺติทสฺสนตฺถํ. ๖- อยญฺเหตฺถ อธิปฺปาโย, ภควา อหํ สาวกปารมีญาณํ ปฏิลภนฺโต ปญฺจนวุติปาสณฺเฑสุ น อญฺญํ เอกมฺปิ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา สาวกปารมีญาณํ ปฏิลภึ, ตุเมฺหเยว อุปสงฺกมิตฺวา ตุเมฺห ปยิรุปาสนฺโต ปฏิลภินฺติ
ตตฺถ อิธาติ นิปาตมตฺตํ. อุปสงฺกมึ ธมฺมสฺสวนายาติ ตุเมฺห อุปสงฺกมนฺโตปิจาหํ ๗- น จีวราทิเหตุ อุปสงฺกมนฺโต, ธมฺมสฺสวนตฺถาย อุปสงฺกมนฺโต. เอวํ อุปสงฺกมิตฺวา สาวกปารมีญาณํ ปฏิลภึ. กทา ปน เถโร