[๒๘๒] มัจฉริยะ ๕ อย่าง ๑. อาวาสมัจฉริยะ [ตระหนี่ที่อยู่] ๒. กุลมัจฉริยะ [ตระหนี่สกุล] ๓. ลาภมัจฉริยะ [ตระหนี่ลาภ] ๔. วัณณมัจฉริยะ [ตระหนี่วรรณะ] ๕. ธัมมมัจฉริยะ [ตระหนี่ธรรม] ฯ
[๒๘๓] นีวรณ์ ๕ อย่าง ๑. กามฉันทนีวรณ์ [ธรรมที่กั้นจิต คือ ความพอใจในกาม] ๒. พยาปาทนีวรณ์ [ธรรมที่กั้นจิต คือความพยาบาท] ๓. ถีนมิทธนีวรณ์ [ธรรมที่กั้นจิต คือความที่จิตหดหู่และเคลิบเคลิ้ม] ๔. อุทธัจจกุกกุจจนีวรณ์ [ธรรมที่กั้นจิต คือความฟุ้งซ่านและรำคาญ] ๕. วิจิกิจฉานีวรณ์ [ธรรมที่กั้นจิต คือความสงสัย] ฯ
[๒๘๔] โอรัมภาคิยสังโยชน์ [สังโยชน์เบื้องต่ำ] ๕ อย่าง ๑. สักกายทิฏฐิ [ความเห็นเป็นเหตุถือตัวถือตน] ๒. วิจิกิจฉา [ความสงสัย] ๓. สีลัพตปรามาส [ความเชื่อถือศักดิ์สิทธิ์ด้วยเข้าใจว่ามีได้ด้วย ศีลหรือพรต] ๔. กามฉันทะ [ความพอใจด้วยอำนาจแห่งกาม] ๕. พยาบาท [ความคิดแก้แค้นผู้อื่น]
[๒๘๕] อุทธัมภาคิยสังโยชน์ [สังโยชน์เบื้องบน] ๕ อย่าง ๑. รูปราคะ [ความติดใจอยู่ในรูปธรรม] ๒. อรูปราคะ [ความติดใจอยู่ในอรูปธรรม] ๓. มานะ [ความสำคัญว่าเป็นนั่นเป็นนี่] ๔. อุทธัจจะ [ความคิดพล่าน] ๕. อวิชชา [ความหลงอันเป็นเหตุไม่รู้จริง]