[๓๑๑] หมวดตัณหา ๖ ๑. รูปตัณหา [ตัณหาที่เกิดขึ้นยึดรูปเป็นอารมณ์] ๒. สัททตัณหา [ตัณหาที่เกิดขึ้นยึดเสียงเป็นอารมณ์] ๓. คันธตัณหา [ตัณหาที่เกิดขึ้นยึดกลิ่นเป็นอารมณ์] ๔. รสตัณหา [ตัณหาที่เกิดขึ้นยึดรสเป็นอารมณ์] ๕. โผฏฐัพพตัณหา [ตัณหาที่เกิดขึ้นยึดโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์] ๖. ธัมมตัณหา [ตัณหาที่เกิดขึ้นยึดธรรมเป็นอารมณ์]
[๓๑๒] อคารวะ ๖ อย่าง ๑. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ในพระ ศาสดาอยู่ ๒. เป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงในพระธรรมอยู่ ๓. เป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงในพระสงฆ์อยู่ ๔. เป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงในการศึกษาอยู่ ๕. เป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงในความไม่ประมาทอยู่ ๖. เป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงในการปฏิสันถารอยู่ ฯ
[๓๑๓] คารวะ ๖ อย่าง ๑. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เคารพยำเกรงในพระศาสดาอยู่ ๒. เป็นผู้เคารพยำเกรงในพระธรรมอยู่ ๓. เป็นผู้เคารพยำเกรงในพระสงฆ์อยู่ ๔. เป็นผู้เคารพยำเกรงในการศึกษาอยู่ ๕. เป็นผู้เคารพยำเกรงในความไม่ประมาทอยู่ ๖. เป็นผู้เคารพยำเกรงในการปฏิสันถารอยู่ ฯ
[๓๑๔] โสมนัสสุปวิจาร ๖ อย่าง ๑. เห็นรูปด้วยตาแล้ว เข้าไปใคร่ครวญรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส ๒. ได้ยินเสียงด้วยหูแล้ว เข้าไปใคร่ครวญเสียงอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส ๓. ได้ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว เข้าไปใคร่ครวญกลิ่นอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส ๔. ได้ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว เข้าไปใคร่ครวญรสอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส ๕. ได้ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว เข้าไปใคร่ครวญโผฏฐัพพะอันเป็นที่ตั้งแห่ง โสมนัส ๖. รู้แจ้งธรรมด้วยใจแล้ว เข้าไปใคร่ครวญธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส ฯ