[๓๒๑] อนุตตริยะ ๖ อย่าง ๑. ทัสสนานุตตริยะ [การเห็นอย่างยอดเยี่ยม] ๒. สวนานุตตริยะ [การฟังอย่างยอดเยี่ยม] ๓. ลาภานุตตริยะ [การได้อย่างยอดเยี่ยม] ๔. สิกขานุตตริยะ [การศึกษาอย่างยอดเยี่ยม] ๕. ปาริจริยานุตตริยะ [การบำเรออย่างยอดเยี่ยม] ๖. อนุสสตานุตตริยะ [การระลึกถึงอย่างยอดเยี่ยม]
[๓๒๒] อนุสสติฐาน ๖ อย่าง ๑. พุทธานุสสติ [ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า] ๒. ธัมมานุสสติ [ระลึกถึงคุณของพระธรรม] ๓. สังฆานุสสติ [ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์] ๔. สีลานุสสติ [ระลึกถึงศีล] ๕. จาคานุสสติ [ระลึกถึงทานที่ตนบริจาค] ๖. เทวตานุสสติ [ระลึกถึงเทวดา]
[๓๒๓] สตตวิหาร [ธรรมเป็นเครื่องอยู่เนืองๆ] ๖ อย่าง ๑. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยนัยน์ตาแล้ว ย่อมเป็นผู้ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ ๒. ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติ สัมปชัญญะอยู่ ๓. ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติ สัมปชัญญะอยู่๔. ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะ อยู่ ๕. ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ ๖. รู้แจ้งธรรมด้วยใจแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติ สัมปชัญญะอยู่ ฯ
[๓๒๔] อภิชาติ ๖ อย่าง ๑. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดในที่ดำ ประสพธรรมฝ่ายดำ ๒. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดในที่ดำ ประสพธรรมฝ่ายขาว ๓. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดในที่ดำ ประสพพระนิพพาน ซึ่งเป็นฝ่ายที่ไม่ดำไม่ขาว ๔. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดในที่ขาว ประสพธรรมฝ่ายขาว ๕. ผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดในที่ขาว ประสพธรรมฝ่ายดำ ๖. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดในที่ขาว ประสพพระนิพพาน ซึ่งเป็นฝ่ายที่ไม่ดำไม่ขาว ฯ