[๓๓๖] ทักขิเณยยบุคคล ๗ อย่าง ๑. อุภโตภาควิมุตต [ท่านผู้หลุดพ้นแล้วโดยส่วนทั้งสอง] ๒. ปัญญาวิมุตต [ท่านผู้หลุดพ้นแล้วด้วยอำนาจปัญญา] ๓. กายสักขิ [ท่านผู้สามารถด้วยกาย] ๔. ทิฏฐิปัตต [ท่านผู้ถึงแล้วด้วยความเห็น] ๕. สัทธาวิมุตต [ท่านผู้พ้นแล้วด้วยอำนาจศรัทธา] ๖. ธัมมานุสารี [ท่านผู้ประพฤติตามธรรม] ๗. สัทธานุสารี [ท่านผู้ประพฤติตามศรัทธา]

[๓๓๗] อนุสัย ๗ อย่าง ๑. กามราคานุสัย [สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความกำหนัดในกาม] ๒. ปฏิฆานุสัย [สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความกระทบกระทั่ง แห่งจิต]๓. ทิฏฐานุสัย [สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความเห็น] ๔. วิจิกิจฉานุสัย [สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความสงสัย] ๕. มานานุสัย [สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความถือตัว] ๖. ภวราคานุสัย [สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความกำหนัดในภพ] ๗. อวิชชานุสัย [สภาพที่นอนเนื่องในดันดานคือความไม่รู้]

[๓๓๘] สัญโญชน์ ๗ อย่าง ๑. กามสัญโญชน์ [เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความใคร่] ๒. ปฏิฆสัญโญชน์ [เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความกระทบกระทั่งแห่งจิต] ๓. ทิฏฐิสัญโญชน์ [เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความเห็น] ๔. วิจิกิจฉาสัญโญชน์ [เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความสงสัย] ๕. มานสัญโญชน์ [เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความถือตัว] ๖. ภวราคสัญโญชน์ [เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความกำหนัดในภพ] ๗. อวิชชาสัญโญชน์ [เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความไม่รู้]

[๓๓๙] อธิกรณสมถะ ๗ อย่าง เพื่อความสงบ เพื่อความระงับอธิกรณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้ว ๑. พึงให้สัมมุขาวินัย ๒. พึงให้สติวินัย ๓. พึงให้อมุฬหวินัย ๔. พึงปรับตามปฏิญญา ๕. พึงถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ ๖. พึงปรับตามความผิดของจำเลย ๗. พึงใช้ติณวัตถารกวิธี [ประนีประนอมดังกลบไว้ด้วยหญ้า] ฯ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ธรรมประเภทละ ๗ๆ เหล่านี้แล อันพระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ตรัสไว้โดยชอบแล้ว พวกเราทั้งหมดด้วยกันพึงสังคายนา ไม่พึงแก่งแย่งกันในธรรมนั้นการที่พรหมจรรย์นี้พึงยั่งยืนตั้งอยู่นานนั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก เพื่อ ประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ จบ หมวด ๗ ___________ หมวด ๘

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๑๔๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สังคีติสูตร