[๓๕๘] กสิณายตนะ [แดนกสิณ] ๑๐ อย่าง ๑. ผู้หนึ่งย่อมจำปฐวีกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๒. ผู้หนึ่งย่อมจำอาโปกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๓. ผู้หนึ่งย่อมจำเตโชกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๔. ผู้หนึ่งย่อมจำวาโยกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๕. ผู้หนึ่งย่อมจำนีลกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๖. ผู้หนึ่งย่อมจำปีตกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๗. ผู้หนึ่งย่อมจำโลหิตกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๘. ผู้หนึ่งย่อมจำโอทาตกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณหา มิได้ ๙. ผู้หนึ่งย่อมจำอากาสกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับหาประมาณ มิได้ ๑๐. ผู้หนึ่งย่อมจำวิญญาณกสิณได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาง ตามลำดับ หาประมาณมิได้
[๓๕๙]อกุศลกรรมบถ ๑๐ อย่าง ๑. ปาณาติบาต [การยังสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วงไป] ๒. อทินนาทาน [การถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้] ๓. กาเมสุมิจฉาจาร [การประพฤติผิดในกาม]๔. มุสาวาท [พูดเท็จ] ๕. ปิสุณาวาจา [พูดส่อเสียด] ๖. ผรุสวาจา [พูดคำหยาบ] ๗. สัมผัปปลาป [พูดเพ้อเจ้อ] ๘. อภิชฌา [ความโลภอยากได้ของเขา] ๙. พยาบาท [ความปองร้ายเขา] ๑๐. มิจฉาทิฏฐิ [ความเห็นผิด]
[๓๖๐] กุศลกรรมบถ ๑๐ อย่าง ๑. ปาณาติปาตา เวรมณี [เจตนาเครื่องเว้น จากการยังสัตว์มีชีวิตให้ตก ล่วงไป] ๒. อทินนาทานา เวรมณี [เจตนาเครื่องเว้น จากการถือเอาสิ่งของที่เจ้า ของมิได้ให้] ๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี [เจตนาเครื่องเว้น จากการประพฤติผิดในกาม] ๔. มุสาวาทา เวรมณี [เจตนาเครื่องเว้น จากการพูดเท็จ] ๕. ปิสุณาย วาจาย เวรมณี [เจตนาเครื่องเว้น จากการพูดส่อเสียด] ๖. ผรุสาย วาจาย เวรมณี [เจตนาเครื่องเว้น จากการพูดคำหยาบ] ๗. สัมผัปปลาปา เวรมณี [เจตนาเครื่องเว้น จากการพูดเพ้อเจ้อ] ๘. อนภิชฌา [ความไม่โลภอยากได้ของเขา] ๙. อัพยาบาท [ความไม่ปองร้ายเขา] ๑๐. สัมมาทิฏฐิ [ความเห็นชอบ]