[๔๕๗] ธรรม ๙ อย่างที่ควรกำหนดรู้เป็นไฉน ได้แก่สัตตาวาส ๙ คือมีอยู่ ผู้มี อายุทั้งหลาย สัตว์พวกหนึ่งมีกายต่างกัน มีสัญญาต่างกัน เช่นพวกมนุษย์ พวกเทพบางหมู่ พวกเปรตบางหมู่ นี้เป็นสัตตาวาสข้อที่ ๑ สัตว์พวกหนึ่งมีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน เช่นพวกเทพผู้อยู่ในจำพวกพรหมผู้เกิดในภูมิปฐมฌาน นี้เป็นสัตตาวาสข้อที่ ๒ สัตว์พวก หนึ่งมีกายอย่างเดียวกันมีสัญญาต่างกัน เช่นพวกเทพเหล่าอาภัสสระ นี้เป็นสัตตาวาสข้อที่ ๓ สัตว์พวกหนึ่งมีกายอย่างเดียวกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน เช่นพวกเทพเหล่าสุภกิณหะ นี้เป็น สัตตาวาสข้อที่ ๔ สัตว์พวกหนึ่งไม่มีสัญญา ไม่เสวยเวทนา เช่นพวกเทพเหล่าอสัญญีสัตว์ นี้เป็นสัตตาวาสข้อที่ ๕ สัตว์พวกหนึ่งเข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนะด้วยมนสิการว่า อากาศหา ที่สุดมิได้ เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะดับปฏิฆสัญญา เพราะไม่กระทำไว้ในใจ ซึ่งนานัตตสัญญานี้เป็นสัตตาวาสข้อที่ ๖ สัตว์พวกหนึ่งเข้าถึงชั้นวิญญาณัญจายตนะด้วย มนสิการว่าวิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงชั้นอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง นี้เป็น สัตตาวาสข้อที่ ๗ สัตว์พวกหนึ่งเข้าถึงชั้นอากิญจัญญายตนะด้วยมนสิการว่า ไม่มีอะไร เพราะ ล่วงชั้นวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง นี้เป็นสัตตาวาสข้อที่ ๘ สัตว์พวกหนึ่งเข้าถึงชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะด้วยมนสิการว่า นี้สงบนี้ประณีต เพราะล่วงชั้นอากิญจัญญายตนะ โดยประการทั้งปวง นี้เป็นสัตตาวาสข้อที่ ๙ ธรรม ๙ อย่างเหล่านี้ควรกำหนดรู้ ฯ

[๔๕๘] ธรรม ๙ อย่างที่ควรละเป็นไฉน ได้แก่ธรรมอันมีมูลมาแต่ตัณหา ๙ คือ ความแสวงหาย่อมเป็นไปเพราะอาศัยตัณหา ความได้ย่อมเป็นไปเพราะอาศัยความแสวงหา ความตกลงใจย่อมเป็นไปเพราะอาศัยความได้ ความกำหนัดด้วยสามารถแห่งความพอใจ ย่อม เป็นไปเพราะอาศัยความตกลงใจ ความกล้ำกลืนย่อมเป็นไปเพราะอาศัยความกำหนัดด้วยสามารถ แห่งความพอใจ ความหวงแหนย่อมเป็นไปเพราะอาศัยความกล้ำกลืน ความตระหนี่ย่อมเป็นไป เพราะอาศัยความหวงแหน ความรักษาย่อมเป็นไปเพราะอาศัยความตระหนี่ อกุศลธรรม อัน ลามกมิใช่น้อย คือการถือไม้ ถือศัสตรา ความทะเลาะแก่งแย่งวิวาทกัน กล่าวส่อเสียดว่า ท่านๆ และการพูดเท็จ ย่อมเป็นไปเพราะอาศัยความรักษาเป็นเหตุธรรม ๙ อย่างเหล่านี้ ควรละ ฯ

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๑๙๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. ทสุตตรสูตร