ก็อุปปัตติเทพเหล่านั้น จะเห็นว่าไม่แตกต่างกันก็หามิได้ คือเว้นมารพร้อมบริษัทในเทวโลกชั้นปรนิมมิตวสวัตตีเสีย เทวดาชั้นกามาวจร ๖ ชั้นที่เหลือ ท่านประสงค์เอาว่า เทพ ในที่นี้. การพรรณนาเนื้อความทั้งหมดในข้อนั้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในภูตวาระนั่นแล. ท้าวปชาบดีคือพญามาร

ก็ในบทว่า ปชาปติ นี้ มาร พึงทราบว่า ปชาบดี. แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า คำว่า ปชาปติ นี้เป็นชื่อของท้าวมหาราชเป็นต้นผู้เป็นใหญ่กว่าเทวดาเหล่านั้นๆ. คำนั้นท่านปฎิเสธไว้ในมหาอรรถกถาว่า ไม่ถูก เพราะว่า มหาราชเป็นต้นเหล่านั้น ท่านถือเอาด้วย เทว ศัพท์นั่นเอง ส่วนพญามารนั่นแล ท่านประสงค์เอาว่า ปชาบดี ในที่นี้ โดยความเป็นใหญ่กว่า ปชา กล่าวคือหมู่สัตว์.

ถามว่า พญามารนั้นย่อมอยู่ ณ ที่ไหน?

ตอบว่า ย่อมอยู่ในเทวโลกชั้นปรนิมมิตวสวัตตี.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑๒๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มูลปริยายสูตร”