สองบทที่เหลือเป็นไวพจน์ของบทนี้นั้นเทียว.

ก็บทนั้นทั้งหมด ตรัสหมายถึงเวสารัชชญาณเท่านั้น. ก็เมื่อพระทศพลไม่เห็นบุคคลผู้ทักท้วง หรือธรรมอันเป็นเหตุทักท้วง ที่ยังไม่ได้ตรัสรู้แล้วว่า ธรรมชื่อนี้ ท่านยังไม่ได้ตรัสรู้แล้ว ดังนี้ หรือเมื่อพิจารณาว่า เราเป็นพระพุทธเจ้าโดยสภาพนั้นเทียว กล่าวว่าเราเป็นพระพุทธเจ้า ดังนี้ ความโสมนัสอันมีกำลังยิ่ง ก็ย่อมเกิดขึ้น. ญาณที่สัมปยุตด้วยโสมนัสนั้น ชื่อว่าเวสารัชชะ. ทรงหมายถึงเวสารัชชะนั้น จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า เขมปฺปตฺโต ดังนี้.

พึงทราบอธิบายในบททั้งปวงดังนี้.

ก็ธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าอันตรายิกะ เพราะอรรถว่าทำอันตราย ในบทนี้ว่า อนฺตรายิกาธมฺมา ดังนี้. ธรรมเหล่านั้นโดยเนื้อความก็ได้แก่ กองอาบัติ ๗ ที่แกล้งล่วงละเมิด.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๓๓๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหาสีหนาทสูตร”