ชื่อว่านิรยะ ด้วยอรรถว่าปราศจากความยินดี ด้วยอรรถว่าไม่มีความสบายใจ ในบทเป็นต้นว่า นิรโย. ชื่อว่าดิรัจฉาน เพราะอรรถว่าเดินขวาง. กำเนิดของดิรัจฉานเหล่านั้น ชื่อว่าดิรัจฉานโยนิ. ชื่อว่าเปรตวิสัย เพราะอรรถว่าเป็นวิสัยแห่งสัตว์ทั้งหลายที่ถึงความละไปแล้ว. ชื่อว่ามนุษย์ เพราะความเป็นผู้มีใจสูงแล้ว. ชื่อว่าเทพ เพราะวิเคราะห์ว่า เล่นกับกามคุณ ๕ และอานุภาพของตนๆ.
ขันธ์ทั้งหลายพร้อมกับโอกาส ชื่อว่านิรยะ ในบทเป็นต้นว่า นิรยํ จาหํ สารีปุตฺต.
ในบทว่า ติรจฺฉานโยนึ จ แม้เป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน. ทรงแสดงกรรมอันเป็นไปสู่คติเท่านั้นที่ตรัสไว้ด้วยบทแม้ทั้งสองว่า มคฺคํ ปฏิปทํ.
บทว่า ยถา จ ปฏิปนฺโน ความว่า ดำเนินไปโดยทางใด โดยปฏิปทาใด เพราะฉะนั้น แม้ทั้ง ๒ บทรวมเข้ากัน ย่อมปรากฏ ชื่อว่าอบาย เพราะความเป็นที่ปราศจากความงอกงาม กล่าวคือความเจริญ หรือความสุขในบทเป็นต้นว่า อปายํ ดังนี้. ชื่อว่าทุคคติ เพราะอรรถว่าเป็นคติ คือเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์. ชื่อว่าวินิบาต เพราะเป็นที่ตกไปแห่งสัตว์ทั้งหลายที่ทำความชั่ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที