จริงอยู่ ท่านกล่าวว่า ก็ตัณหานี้นั้นแล เมื่อเกิดย่อมเกิดในที่ไหน เมื่อดับย่อมดับในที่ไหน ดังนี้แล้ว จึงกล่าวความเกิดขึ้นและความดับแห่งตัณหานั้นในเพราะอายตนะสิบสอง โดยนัยมีอาทิว่าปียรูป สาตรูปในโลกใด ตัณหานั่นเมื่อเกิด ย่อมเกิดในปียรูป สาตรูปนั้น เมื่อดับย่อมดับในปิยรูป สาตรูปนั้น

ปิยรูป สาตรูป ในโลกคืออะไร

คือ จักษุเป็นปิยรูป สาตรูปในโลก ดังนี้ ตัณหาเกิดขึ้นแล้วในอายตนะสิบสอง อาศัยนิพพานก็ดับไป แต่เพราะไม่มีความครอบงำในอายตนะทั้งหลาย ท่านกล่าวว่า ดับแล้วในเพราะอายตนะทั้งหลายนั้นเทียวฉันใด อกุศลธรรมอันลามกแม้เหล่านี้ พึงทราบว่าย่อมดับในเพราะอายตนะทั้งหลายฉันนั้น

อนึ่ง ความไม่มีแห่งความเพลิดเพลินเป็นต้นนี้ใด ท่านกล่าวว่าเป็นที่สุดแห่งอนุสัยทั้งหลายมีราคานุสัยเป็นต้น อกุศลธรรมอันลามกทั้งหลายย่อมดับโดยไม่เหลือในนิพพานอันมีโวหารที่ได้แล้วว่า เอตฺเถเต ราคานุสยาทีนํ อนุโต ก็สิ่งใดไม่มีในนิพพานใด สิ่งนั้นเป็นอันชื่อว่าดับแล้วในนิพพานนั้น.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๔๙๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. มธุปิณฑิกสูตร”