ในบทว่า รูปํ เอตํ มม เป็นต้น การถือว่านั่นของเราเป็นตัณหาคาหะ การถือว่าเราเป็นนั่นเป็นมานคาหะ การถือว่านั่นเป็นตัวของเราเป็นทิฏฐิคาหะ เป็นอันตรัสตัณหา มานะและทิฏฐิ ซึ่งมีรูปเป็นอารมณ์ด้วยประการฉะนี้ ส่วนรูปไม่ควรกล่าวว่าเป็นอัตตา.
แม้ในเวทนาเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.
ทิฏฺฐํ รูปายตนํ, สุตํ สทฺทายตนํ, มุตํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ, ตญฺหิ ปตฺวา คเหตพฺพโต มุตนฺติ วุตฺตํ. อวเสสานิ สตฺตายตนานิ วิญฺญาตนฺนาม.
รูปายตนะ ชื่อว่าทิฏฐะ, สัททายตนะ ชื่อว่าสุตะ, คันธายตนะ รสายตนะและโผฏฐัพพายตนะ ชื่อว่ามุตะ. คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะนั้น ท่านกล่าวว่ามุตะ เพราะพบแล้วยึดไว้. อายตนะ ๗ ที่เหลือชื่อว่าวิญญาตะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที