อีกนัยหนึ่ง ของที่แสวงหาแล้วพบก็ดี ของที่ไม่แสวงหาไม่พบก็ดี ชื่อว่าปัตตะ เพราะอรรถว่าพบแล้ว. ของที่แสวงหาไม่พบอย่างเดียว ชื่อว่าปริเยสิตะ ของที่ไม่แสวงหาแล้วพบ และของที่ไม่แสวงหาแล้วไม่พบ ชื่อว่ามนสานุจริตะ. หรือว่า ของนั้นทั้งหมด ชื่อว่ามนสานุจริตะ เพราะเป็นของติดตามด้วยใจ ตัณหา มานะ ทิฏฐิที่มีวิญญาณเป็นอารมณ์ ตรัสด้วยบทนี้ วิญญาณ ตรัสด้วยอำนาจทิฏฐิเป็นต้นเป็นอารมณ์ ในหนหลังด้วยอำนาจการยักย้ายแห่งเทศนา.

บทว่า ยํปิ ตํ ทิฏฺฐิฎฺฐานํ ได้แก่ ที่ตั้งแห่งทิฎฐิ ที่เป็นไปโดยนัยมีอาทิว่า ยํปิ ตํ เอตํ โส โลโก.

บทว่า โส โลโก โส อตฺตา ความว่า ทิฏฐิที่เป็นไปโดยนัยเป็นต้นว่า ผู้นั้นเห็นรูปโดยเป็นอัตตา ย่อมยึดถือว่า เป็นโลก เป็นอัตตา ท่านหมายเอาทิฏฐินั้นจึงกล่าวไว้ดังนี้.

บทว่า โส เปจฺจ ภวิสฺสามิ ความว่า เรานั้นไปปรโลกแล้ว จักอยู่เป็นนิจ ยั่งยืนเที่ยง มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา จักตั้งอยู่เสมอด้วยความยั่นยืน ดุจภูเขาสิเนรุ มหาปฐพีและมหาสมุทรเป็นต้นฉันนั้นเหมือนกัน.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๖๒๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อลคัททูปมสูตร”