ในอรรถเหล่านั้น วัณณศัพท์ปรากฏในอรรถว่าผิว ได้ในคำเป็นต้นอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์มีวรรณดังทองคำ. ปรากฏในอรรถว่าน่าชมเชย ได้ในคำเป็นต้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนคฤหบดี ในกาลไหน วรรณะของพระสมณโคดมอันท่านควรชมเชย. ปรากฏในอรรถว่าพวกตระกูล ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ตระกูล ๔ เหล่านี้. ปรากฏในอรรถว่าเหตุ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ เพราะเหตุอะไรหนอ ท่านจึงกล่าวว่าขโมยกลิ่น. ปรากฏในอรรถว่าทรวดทรง ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า นิรมิตรทรวดทรงพญาช้างใหญ่. ปรากฏในอรรถว่าประมาณ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า บาตร ๓ ขนาด. ปรากฏในรูปายตนะ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา แปลว่า สี กลิ่น รส โอชะ.

วัณณศัพท์นั้น พึงเห็นว่าลงในอรรถว่าผิวในที่นี้.

ด้วยเหตุนั้น บทว่า อภิกฺกนฺตวณฺณา ท่านอธิบายไว้ว่า มีผิวสวย มีผิวน่าปรารถนาน่าชอบใจ.

จริงอยู่ เทวดาทั้งหลาย เมื่อมาสู่มนุษย์โลกละผิวอย่างปกติฤทธิ์ปกติ ทำอัตตภาพให้หยาบ เนรมิตรผิวเกินปกติ ฤทธิ์เกินปกติ มาด้วยกายที่ปรุงแต่งแล้ว เหมือนมนุษย์ไปสู่ที่ชุมนุมฟ้อนรำเป็นต้น. เทพบุตรแม้นี้ก็มาโดยอาการอย่างนั่นนั้นแล. เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อภิกฺกนฺตวณฺณา.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๖๖๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. วัมมิกสูตร”