จริงอย่างนั้น กัปปศัพท์นั้นมีอรรถว่าน่าเชื่ออย่างยิ่ง ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า คำนี้ของท่านพระโคดมผู้เป็นเสมือนพระอรหันตสัมมาสัมพุทธ น่าเชื่อจริง. มีอรรถว่าโวหาร ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ฉันผลไม้ โดยสมณโวหาร ๕ อย่าง. มีอรรถว่ากาละ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ได้ยินว่า ด้วยเหตุที่เราอยู่ตลอดกาลเป็นนิจ. มีอรรถว่าบัญญัติ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ท่านบัญญัติดังนี้. มีอรรถว่าตัด ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ แต่งตัว ตัดผมและหนวด. มีอรรถว่าวิกัปป์ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า วิกัปป์ ๒ องคุลีควร. มีอรรถเลศ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า มีเลศเพื่อจะนอน. มีอรรถว่าโดยรอบ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ทำให้สว่างโดยรอบพระเชตวัน.

แต่ในที่นี้ ท่านประสงค์เอากัปปศัพท์นั้นว่า มีอรรถว่าโดยรอบ. เพราะฉะนั้น ในคำว่า เกวลกปฺปํ อนฺธวนํ นี้ พึงเห็นเนื้อความอย่างนี้ว่า โดยรอบอันธวัน ไม่มีส่วนเหลือ.

บทว่า โอภาเสตฺวา ความว่า แผ่ไปด้วยรัศมีที่เกิดขึ้นจากสรีระอันประดับด้วยผ้าทำให้มีโอภาสเป็นอันเดียวกัน เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์.

บทว่า เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ได้แก่ ยืน ณ ส่วนข้างหนึ่ง คือในโอกาสหนึ่ง.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๖๖๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. วัมมิกสูตร”