บทว่า อชฺเฌสนํ แปลว่า ทูลวอน.
บทว่า พุทฺธจกฺขุนา ได้แก่ รู้อินทรีย์ของสัตว์อ่อนแก่ และรู้อัธยาศัยและกิเลส ก็คำว่าพุทธจักษุเป็นชื่อของญาณ ๒ เหล่านี้ สมันตจักษุเป็นชื่อของสัพพัญญุตญาณ ธรรมจักษุเป็นชื่อของมรรคญาณ ๓.
ในคำว่า อปฺปรชกฺเข เป็นต้น กิเลสธุลีมีราคะเป็นต้นในปัญญาจักษุของสัตว์เหล่าใดมีน้อย โดยนัยที่กล่าวแล้วนั้นแล สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าอัปปรชักขะ. สัตว์เหล่าใดมีกิเลสธุลีนั้นมาก สัตว์เหล่านั้นชื่อว่ามหารชักขะ สัตว์เหล่าใดมีอินทรีย์คือศรัทธาเป็นต้นกล้า สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าติกขินทริยะ. สัตว์เหล่าใดมีอินทรีย์เหล่านั้นอ่อน สัตว์เหล่านั้นชื่อว่ามุทินทริยะ. สัตว์เหล่าใดมีอาการคือศรัทธาเป็นต้นเหล่านั้นดี สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าสวาการะ. สัตว์เหล่าใดกำหนดรู้เหตุที่ตรัส สามารถรู้ได้ง่าย สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าสุวิญญาปยะ. สัตว์เหล่าใดเห็นปรโลกและโทษโดยเป็นภัย สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าเห็นปรโลกและโทษว่าเป็นภัย.
ก็ในที่นั้นมีบาลีดังต่อไปนี้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที