ในมัชฌิมประเทศนั้น พระตถาคต ชื่อว่าอุบัติ นับตั้งแต่เสวยข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดาถวายจนถึงพระอรหัตตมรรค ชื่อว่าผู้อุบัติ ในอรหัตตผล ชื่อว่าย่อมอุบัติตั้งแต่ออกมหาอภิเนษกรมณ์จนถึงพระอรหัตต์ ตั้งแต่ดุสิตภพจนถึงอรหัตตมรรค หรือตั้งแต่บาทมูลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าทีปังกร จนถึงพระอรหัตตมรรค ชื่อว่าผู้อุบัติในอรหัตตผล ในที่นี้ท่านหมายเอาภาวะที่พระตถาคตอุบัติก่อนกว่าเขาทั้งหมด จึงกล่าวว่า อุปฺปชฺชติ. จริงอยู่ ในที่นี้ได้ความว่า ตถาคโต โลเก อุปฺปนฺโน โหติ พระตถาคตย่อมอุบัติในโลก.

บทว่า โส อิมํ โลกํ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงแสดงโลกนี้ว่า ควรกล่าว ณ บัดนี้. บทว่า สเทวกํ แปลว่า พร้อมด้วยเทพ ชื่อว่าสเทวกะ. พร้อมด้วยมาร ชื่อว่าสมารกะ. พร้อมด้วยพรหม ชื่อว่าสพรหมกะ. พร้อมด้วยสมณและพราหมณ์ ชื่อว่าสัสสมณพราหมณึ. ชื่อว่าปชา เพราะเกิดทั่วไป. พร้อมด้วยเทพและมนุษย์ ชื่อว่าสเทวมนุสสะ.

ในคำเหล่านั้น พึงทราบศัพท์ว่ากามาวจรเทพ ๕ ด้วยคำว่าสเทวกะ ศัพท์ว่ากามาวจรเทวที่ ๖ ด้วยคำว่าสมารกะ. ศัพท์ว่าพรหมกายิกะเป็นต้น ด้วยคำว่าสพรหมกะ. ศัพท์ว่าสมณและพราหมณ์ผู้เป็นข้าศึกศัตรูของพระศาสนาและผู้สงบบาป ผู้ลอยบาป ด้วยคำว่าสัสสมณพราหมณึ. ศัพท์ว่าสัตตโลก ด้วยคำว่าปชา. ศัพท์ว่าเทพโดยสัมมุติเทพและมนุษย์ที่เหลือ ด้วยคำว่าสเทวมนุสสะ.

สัตว์โลกกับโอกาสโลก พึงทราบว่าท่านถือเอาด้วย ๓ บท สัตว์โลกอย่างเดียวพึงทราบว่า ท่านถือเอาด้วยอำนาจปชา ด้วยบททั้ง ๒ ในคำนี้ด้วยประการฉะนี้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๘๖๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. จูฬหัตถิปโทปมสูตร”