บทว่า สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปิ ได้แก่ เป็นผู้อนุเคราะห์สรรพสัตว์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล. อธิบายว่า ชื่อว่าเป็นผู้มีจิตเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ เพราะเป็นผู้มีความเอ็นดูนั้น.

บทว่า วิหรติ ได้แก่ ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปคือเลี้ยงอัตภาพ. บุคคลผู้ชื่อว่า ทินฺนาทายี เพราะถือเอาสิ่งของที่เขาให้แล้วเท่านั้น. ชื่อว่า ทินฺนปาฏิกงฺขี เพราะหวังเฉพาะแต่สิ่งที่เขาให้ด้วยจิตเท่านั้น. บุคคลใดย่อมลัก บุคคลนั้นชื่อว่าขโมย. ด้วยขโมยหามิได้ ชื่อว่า อถเนน มิใช่ด้วยขโมย. ชื่อว่าเป็นผู้สะอาด เพราะเป็นผู้ไม่ขโมยนั่นเอง. .. อรรถกถา มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค จูฬหัตถิปโทปมสูตร อุปมาด้วยรอยเท้าช้าง อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่

บทว่า อตฺตนา แปลว่า ด้วยทั้งอัตภาพ ท่านอธิบายไว้ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมทำอัตภาพให้สะอาดอยู่.

บทว่า อพฺรหฺมจริยํ แปลว่า ประพฤติไม่ประเสริฐ. ชื่อว่า พฺรหฺมจารี เพราะประพฤติอาจาระอันประเสริฐ คือประเสริฐสุด. บทว่า อาราจารี ได้แก่ ผู้ประพฤติห่างไกลจากอพรหมจรรย์.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๘๘๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. จูฬหัตถิปโทปมสูตร”