จริงอยู่ การอยู่ป่าของผู้ที่ไม่มีปัจจัยเหล่านี้ย่อมไม่สำเร็จ จะถูกค่อนว่าเหมือนกับสัตว์ดิรัจฉานหรือพรานไพร. เหล่าเทวดาผู้สิงอยู่ในป่าช่วยกันประกาศก้องด้วยเสียงที่น่ากลัวว่า ภิกษุชั่วเห็นปานนี้อยู่ป่าไปทำไม เอามือตีศีรษะ กระทำอาการให้หนีไป. ความไม่มีเกียรติยศก็แพร่ไปว่า ภิกษุโน้นเข้าไปป่ากระทำกรรมชั่วเช่นนี้.
แต่การอยู่ป่าของภิกษุผู้ที่มีปัจจัย ๔ เหล่านั้นย่อมสำเร็จ. แท้จริงเธอเมื่อพิจารณาถึงศีลของตนอยู่ไม่เห็นความด่างพร้อยไรๆ ก็ทำให้เกิดปีติ พิจารณาเห็นสิ่งนั้นโดยความสิ้นไป ย่อมก้าวลงสู่อริยภูมิ. เหล่าเทวดาผู้สิงอยู่ในป่าดีใจก็สรรเสริญ. เกียรติยศของภิกษุนั้นย่อมแผ่ออกไป เหมือนหยาดน้ำมันงาที่ใส่ลงในน้ำฉะนั้นด้วยประการฉะนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวิตฺตํ แปลว่า ว่าง. อธิบายว่า ไม่มีเสียงคือไร้เสียง. ก็ท่านหมายเอาคำนี้เอง จึงกล่าวไว้ในวิภังค์ว่า บทว่า วิวิตฺตํ ความว่า แม้หากว่า เสนาสนะมีในที่ใกล้ไซร้ และเสนาสนะนั้นไม่เกลื่อนด้วยคฤหัสถ์แลบรรพชิต เพราะฉะนั้น เสนาสนะนั้น ชื่อว่าวิวิตตะ.
ชื่อว่าเสนาสนะ เพราะเป็นที่นอนและเป็นที่นั่ง คำนั่นเป็นชื่อของเตียงและตั่งเป็นต้น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า บทว่า เสนาสนะ ได้แก่เสนาสนะคือที่นอน ที่นั่ง ตั่ง ฟูก หมอน วิหาร เพิง ปราสาท เรือนแถว ถ้ำ ป้อม ศาลา ที่เร้น พุ่มไผ่ โคนไม้ มณฑป อันเป็นที่ที่ภิกษุต้องอาศัยทั้งหมดนั่น จัดเป็นเสนาสนะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที