บทว่า อหนฺติ วา มมนฺติ วา อสฺมีติ วา อถขฺวสฺส โนเตเวตฺถ โหติ ความว่า ครั้งนั้นแล ภิกษุนั้นยกขึ้นสู่ไตรลักษณ์พิจารณาอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่มีคาหะ คือตัณหามานะและทิฏฐิ ๓ อย่าง ในปฐวีธาตุภายในนี้ว่า นี่เป็นเราเป็นต้น. อธิบายว่า ไม่มีเลย.

ปฐวีธาตุภายนอกย่อมอันตรธานไปด้วยอำนาจเตโชธาตุ วาโยธาตุ. เหมือนอันตรธานไปด้วยอำนาจอาโปธาตุ ฉะนั้น. แต่ในที่นี้ มาอย่างเดียวเท่านั้น. แม้นอกนี้ก็พึงทราบโดยความหมายเหมือนกัน.

ในคำว่า ตญฺเจ อาวุโส นี้ พระเถระเมื่อเริ่มทำการกำหนดอารมณ์ในโสตทวารของภิกษุผู้บำเพ็ญธาตุกัมมัฏฐานนั้น จึงแสดงกำลัง.

บทว่า อกฺโกสนฺติ ได้แก่ ด่าด้วยอักโกสวัตถุ ๑๐. บทว่า ปริภาสนฺติ ได้แก่ ข่มด้วยวาจาว่า ท่านทำเช่นนี้ๆ เราจะลงโทษท่านอย่างนี้ๆ. บทว่า โรเสนฺติ แปลว่า ย่อมเสียดสี. บทว่า วิเหเสนฺติ แปลว่า ย่อมทำให้ลำบาก.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๙๔๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. มหาหัตถิปโทปมสูตร”