ก็ธรรมดาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อใดมีภิกษุหลายพันเป็นบริวาร เที่ยวแสดงพุทธานุภาพด้วยพระรัศมีวาหนึ่ง ด้วยอนุพยัญชนะ ๘๐ และด้วยพระสิริคือมหาปุริสลักษณะ ๓๒ เมื่อนั้นเขาถามว่า นั่นใคร แล้วพึงจะรู้จัก.
ก็ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปกปิดพุทธานุภาพนั้นทั้งหมดไว้ในกลีบจีวร ทรงถือบาตรและจีวรด้วยพระองค์เอง เสด็จไปโดยเพศที่ไม่มีใครรู้จัก เหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญที่ถูกปิดบังไว้ในกลีบเมฆ. นายทายบาลไม่รู้ข้อนั้น จึงห้ามด้วยประการฉะนี้.
บทว่า เอตทโวจ ความว่า ได้ยินว่า พระเถระฟังถ้อยคำของนายทายบาลว่า มา สมณ ดังนี้ จึงคิดว่า เราอยู่กัน ๓ คนในที่นี้ไม่มีบรรพชิตอื่นเลย ก็นายทายบาลนี้พูดเหมือนกับพูดกับบรรพชิต จักเป็นใครหนอแลดังนี้แล้ว ออกจากที่พักกลางวัน ยืนอยู่ที่ประตูมองดูทาง ก็ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า.
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงเปล่งพระรัศมีจากพระวรกาย พร้อมกับที่พระเถระเห็นพระรัศมีวาหนึ่งส่องสว่างด้วยพระอนุพยัญชนะ ๘๐ รุ่งเรืองเหมือนแผ่นทองที่คลี่ออก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที