พระเถระถูกพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามลักษณะของความไม่ประมาทแล้วตอบลักษณะของความไม่ประมาทถวายในที่ตั้งแห่งความประมาท ด้วยคำมีประมาณเท่านี้ว่า คือเวลาเข้าไปที่ภิกขาจาร เวลาออกไป การนุ่งสบง การห่มจีวร การเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาตภายในหมู่บ้าน ธรรมกถาอนุโมทนา การออกจากหมู่บ้านแล้วทำภัตตกิจ การล้างบาตร เก็บบาตรและจีวรให้เรียบร้อย เหล่านี้เป็นที่ทำให้เนิ่นช้า สำหรับภิกษุเหล่าอื่น เพราะฉะนั้น พระเถระเมื่อแสดงว่า ขึ้นชื่อว่าเวลาประมาทย่อมไม่มีแก่เรา เพราะปล่อยที่ประมาณเท่านี้ได้แล้ว จึงตอบลักษณะของความไม่ประมาทถวายในที่ตั้งแห่งความประมาท.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทานสาธุการแก่พระเถระนั้นแล้ว เมื่อจะตรัสถามปฐมฌานจึงตรัสอีกว่า อตฺถิ ปน โว ดังนี้ เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา คือ ธรรมอันยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์. บทว่า อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส ได้แก่ คุณวิเศษคือญาณทัสสนะอันสามารถทำความเป็นพระอริยะ. บทว่า กึ หิ โน สิยา ภนฺเต ความว่า เพราะเหตุไร คุณวิเศษที่บรรลุแล้ว จักไม่บรรลุเล่า. บทว่า ยาวเทว คือ เพียงใดนั่นเอง.
เมื่อการบรรลุปฐมฌานที่พระเถระตอบชี้แจงแล้วอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อตรัสถามทุติยฌานเป็นต้น จึงตรัสว่า เอตสฺส ปน โว ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที