ปราศแล้วเหล่านั้น เป็นผู้มีปกติไม่แสวงหากาม ดังนี้.

ถ้าว่าป่าเป็นที่ดอน น้ำไม่มี ร่มเงาโปร่งมีหนามรก ส่วนพระอริยะมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นประทับอยู่ในป่านี้ ป่านี้ ชื่อว่าบุคคลน่ารื่นรมย์ ท่านกล่าวหมายเอาว่า พระอรหันต์ทั้งหลายอยู่ ณ ที่ใด เป็นบ้านก็ตาม เป็นป่าก็ตาม ที่ลุ่มก็ตาม ที่ดอนก็ตาม ที่นั้นเป็นภูมิสถานน่ารื่นรมย์ ดังนี้.

ส่วนในที่นี้ได้ที่ทั้ง ๒ อย่างนั้น.

ครั้งนั้น ป่าโคสิงคสาลวันมีดอกบานสะพรั่ง กลิ่นดอกไม้หอมฟุ้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลผู้เลิศในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก ประทับอยู่กับพวกภิกษุผู้มีชื่อเสียงประมาณสามหมื่นรูป. ท่านหมายเอาป่านั้น จึงกล่าวว่า ดูก่อนอานนท์ผู้มีอายุ ป่าโคสิงคสาลวันเป็นสถานที่น่ารื่นรมย์ ดังนี้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๐๒๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหาโคสิงคสาลสูตร”