จริงอยู่ พระพุทธพจน์อันภิกษุได้เรียนแต่บาลีประเทศนี้ เลือนหายไปแต่บาลีประเทศนี้ ไม่คงอยู่ดุจน้ำในหม้อทะลุ เธอไม่อาจจะกล่าว หรือบอกสูตร หรือชาดกข้อเดียวในท่ามกลางบริษัทได้ ภิกษุนี้หาชื่อว่าผู้ทรงสุตะไม่. ส่วนพระพุทธพจน์อันภิกษุใดเรียนแล้ว ย่อมเป็นอย่างเวลาที่ตนเรียนมาแล้วนั่นแหละ เมื่อเธอไม่ทำการสาธยายตั้ง ๑๐ ปี ตั้ง ๒๐ ปีก็ไม่เลือนหาย ภิกษุนี้ชื่อว่าผู้ทรงสุตะ.

บทว่า สุตสนฺนิจโย ได้แก่ ผู้สั่งสมสุตะ. ก็สุตะอันภิกษุใดสั่งสมไว้ในหีบคือหทัย คงอยู่ดุจรอยจารึกที่ศิลา และดุจมันเหลวราชสีห์ที่เขาใส่ไว้ในหม้อทอง ภิกษุนี้ชื่อว่าผู้มีสุตะเป็นที่สั่งสม.

บทว่า ธตา ได้แก่ ตั้งอยู่ ทรงจำไว้ช่ำชอง.

จริงอยู่ พระพุทธพจน์อันภิกษุบางรูปเรียนแล้ว ทรงจำไว้ช่ำชองไม่เคลื่อนคลาด ภิกษุนั้นเมื่อใครๆ พูดว่าท่านจงกล่าวสูตร หรือชาดกโน้นดังนี้ ย่อมกล่าวว่าเราท่อง เทียบเคียง ซักซ้อมแล้วจักรู้ แต่สำหรับบางรูปทรงจำไว้ช่ำชอง เป็นเช่นกับภวังคโสต. เมื่อใครๆ กล่าวว่า ขอท่านจงกล่าวสูตรหรือชาดกโน้น เธอย่อมยกขึ้นกล่าวสูตรหรือชาดกนั้นได้ทันที.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๐๓๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหาโคสิงคสาลสูตร”