ในบทว่า อนุปฺปพนฺเธหิ ความว่า ภิกษุใดกล่าวธรรมตั้งแต่เวลาเริ่มสูตรหรือชาดก ปรารภรีบด่วนเหมือนคนสีไฟ เหมือนคนเคี้ยวของร้อน กระทำที่ถือเอาแล้วๆ และไม่ถือเอาแล้วๆ ในอนุสนธิเบื้องต้นเบื้องปลายแห่งบาลี อ้อมแอ้มในที่นั้นๆ จบลุกไป เหมือนคนเลี้ยงเหี้ยเที่ยวไปในระหว่างใบไม้เก่า ภิกษุใดเมื่อกล่าวธรรม บางคราวก็เร็ว บางคราวก็ช้า บางคราวทำเสียงดัง บางคราวทำเสียงค่อย ไฟเผาศพบางคราวลุก บางคราวก็ดับฉันใด ภิกษุนั้นชื่อว่าพระธัมมกถึกเปรียบด้วยไฟเผาศพฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อบริษัทประสงค์จะลุก เริ่มขึ้นอีก.
แม้ภิกษุใด เมื่อกล่าวให้พิสดารในที่นั้นได้ แต่เธอกล่าวเหมือนถอนหายใจ เหมือนคร่ำครวญ ถ้อยคำของภิกษุเหล่านี้แม้ทั้งหมด ชื่อว่าไม่ติดต่อกัน.
ส่วนผู้ใดเริ่มสูตร ตั้งอยู่ในนัยที่อาจารย์ให้ไว้ทำไม่ขาดสายให้เป็นไป เหมือนกระแสน้ำยังถ้อยคำให้เป็นไม่ขาดตอนเหมือนน้ำตกจากคงคา ถ้อยคำของเขาชื่อว่าติดต่อกันโดยลำดับ. ท่านหมายเอาถ้อยคำนั้น จึงกล่าวว่า อนุปฺปพนฺเธหิ ดังนี้.
บทว่า อนุสยสมุคฺฆาตาย ได้แก่ เพื่อถอนอนุสัย ๗ อย่าง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที