บทว่า น วณํ ปฏิจฺฉาเทตา โหติ ความว่า เมื่อถือนิมิตในอารมณ์ทุกอย่างโดยนัยเป็นต้นว่า เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ถือโดยนิมิตดังนี้ ย่อมไม่ยังความสำรวมให้ถึงพร้อม เหมือนนายโคบาลนั้นไม่ปิดแผลฉะนั้น ภิกษุนั้นเมื่อเปิดทวารเที่ยวไป ย่อมไม่สามารถเพื่อถือกัมมัฏฐานไปเจริญได้ ฯลฯ เขาย่อมห่างไกล.
บทว่า น ธูมํ กตฺตา โหติ ความว่า ภิกษุไม่สุมควันคือธรรมเทศนา เหมือนนายโคบาลนั้นไม่สุมควันฉะนั้น คือไม่ทำธรรมกถาหรือสรภัญญะ อุปนิสินนกถาหรืออนุโมทนา แต่นั้น พวกมนุษย์ไม่รู้จักคุณนั้นว่า ภิกษุผู้เป็นพหูสูตมีคุณดังนี้ มนุษย์เหล่านั้นเมื่อไม่รู้จักคุณและโทษ ย่อมไม่กระทำการสงเคราะห์ด้วยปัจจัย ๔ เธอเมื่อลำบากด้วยปัจจัย ก็ไม่สามารถเพื่อจะทำการสาธยายพระพุทธพจน์ บำเพ็ญวัตตปฏิบัติ ถือกัมมัฏฐานไปเจริญได้ ฯลฯ เขาย่อมห่างไกล.
บทว่า น ติตฺถํ ชานาติ ความว่า ภิกษุย่อมไม่เข้าไปหาภิกษุผู้เป็นพหูสูต ผู้เป็นดุจท่า เมื่อเข้าไปหา ไม่ไต่ถาม ถือเอา สอบถามให้รู้อย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พยัญชนะนี้พึงปลูกฝังอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร บาลีในที่แห่งบาลีนี้กล่าวไว้อย่างไร เนื้อความในที่นี้แสดงไว้อย่างไร ภิกษุผู้เป็นพหูสูตเหล่านั้นอันเธอไม่ไต่ถามแล้วอย่างนี้ ย่อมไม่เปิดเผยข้อความที่ยังลี้ลับ ไม่จำแนกออกแสดง ไม่ทำข้อความที่ลึกให้ตื้น ไม่ทำข้อความที่ไม่ปรากฏให้ปรากฏแก่เธอ.
บทว่า อเนกวิหิ เตสุ จ กงฺขาฏฺฐานีเยสุ ธมฺเมสุ ได้แก่ ย่อมไม่บรรเทาแม้ความสงสัยอย่างหนึ่งในความสงสัยหลายอย่าง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที