พวกเจ้าลิจฉวีเห็นแล้ว จึงถามว่า ท่านเป็นใคร ท่านเป็นใคร ดังนี้. ชายนิครนถ์กราบทูลว่า ข้าพระองค์เที่ยวไปในชมพูทวีปด้วยคิดว่า ข้าพระองค์จักยกวาทะ ดังนี้. หญิงนิครนถ์ก็ได้กราบทูลอย่างนั้น.
เจ้าลิจฉวีตรัสว่า ขอท่านจงยกวาทะกันและกันในที่นี้เถิด. หญิงนิครนถ์จึงได้ถามวาทะ ๕๐๐ ที่ตนเรียนแล้ว. ชายนิครนถ์ได้ตอบแล้ว เมื่อชายนิครนถ์ถาม หญิงนิครนถ์ก็ตอบได้หมด. แม้คนหนึ่งไม่มีชนะไม่มีแพ้กัน ทั้ง ๒ คนได้เป็นผู้เสมอๆ กัน.
เจ้าลิจฉวีตรัสว่า ท่านแม้ทั้ง ๒ คนเสมอๆ กัน จักเที่ยวไปทำอะไร จงอยู่ในที่นี้เถิด พระราชทานเรือน ทรงตั้งส่วยให้. เพราะการอยู่ร่วมกันของคนทั้ง ๒ เหล่านั้นเกิดธิดา ๔ คน คือชื่อสัจจาคนหนึ่ง ชื่อโลลาคนหนึ่ง ชื่อปฏาจาราคนหนึ่ง ชื่อสิลาวตกาคนหนึ่ง ธิดาเหล่านั้นก็ได้เป็นบัณฑิตด้วยกัน ได้เรียนวาทะคนละ ๕๐๐ อันมารดาบิดาเรียนมาแล้ว.
หญิงเหล่านั้นเจริญวัยได้กล่าวกะมารดาบิดาว่า แม่ชื่อว่ากุลทาริกาของเรา ไม่ต้องให้เงินและทองเป็นต้นแล้ว ส่งไปยังเรือนแห่งตระกูล ส่วนผู้ใดอยู่ครองเรือนย่อมสามารถเพื่อจะย่ำยีวาทะของหญิงเหล่านั้นได้ หญิงเหล่านั้นจะเป็นบาทบริจาริกาของผู้นั้น ผู้ใดเป็นนักบวชย่อมสามารถเพื่อจะย่ำยีวาทะของหญิงเหล่านั้นได้ หญิงเหล่านั้นก็จะได้บวชในสำนักของผู้นั้น พ่อแม่จักทำอย่างไร ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที