บทว่า โอธุเนยฺย ได้แก่ เทคว่ำหน้า. บทว่า นิทฺธเมยฺย ได้แก่ หงายหน้าขึ้น.

บทว่า นิปฺโปเฐยฺย ได้แก่ พึงกระแทกบ่อยๆ มนุษย์นำเอาเปลือกป่านมัดเป็นกำๆ แช่น้ำเพื่อทำผ้าป่าน.

ในบทว่า สาณโธวิกํ นาม นี้ ในวันที่ ๓ เปลือกป่านเหล่านั้นเป็นของเปียกชุ่มดี. ต่อมา พวกมนุษย์นำเอาน้ำส้มข้าวต้มและสุราเป็นต้นไปที่นั้น ถือเอากำป่านไปทุบบนแผ่นกระดาน ๓ หน ข้างขวา ข้างซ้ายหรือข้างหน้าคือบนแผ่นกระดานข้างขวาหนหนึ่งข้างซ้ายหนหนึ่ง ข้างหน้าหนหนึ่ง กินพลางดื่มพลางเคี้ยวกินพลาง น้ำส้มข้าวต้มและสุราเป็นต้น ช่วยกันล้างสุราเป็นต้นเป็นกีฬาใหญ่ ช้างของพระราชาเห็นกีฬานั้นแล้วลงน้ำลึก เอางวงดูดน้ำแล้ว เล่นพ่นบนกระพองหนหนึ่ง บนหลังหนหนึ่ง ที่สีข้างทั้งสองหนหนึ่ง บนระหว่างหลังหนหนึ่ง เพราะอาศัยเหตุนั้น การเล่นกีฬานั้น เรียกชื่อว่า เล่นซักป่าน

สัจจกนิครนถ์หมายเอาการเล่นนั้น จึงกล่าวว่า เล่นกีฬาซักป่าน.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๐๗๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. จูฬสัจจกสูตร”