บทว่า เอวํ เม รูปํ มา อโหสิ ความว่า ขอรูปของเราจงอย่ามีอย่างนี้ คือผิวพรรณทราม ทรวดทรงไม่ดี หนังเหี่ยว ผมหงอก ตัวตกกระ.

บทว่า ตุณฺหี อโหสิ ความว่า นิครนถ์รู้ความที่ตนพลาดในวาทะนี้ จึงคิดว่า พระสมณโคดมนำเหตุมาเพื่อต้องการทำลายวาทะของเรา เราแสดงเหตุนั้นพลาดไป เพราะโง่ ถ้าจะพูดว่าเป็นไปดังนี้ คราวนี้ เราฉิบหายแล้ว อัคคิเวสสนะ ท่านได้ลุกขึ้นกล่าวกับเจ้าเหล่านี้ว่า อำนาจย่อมเป็นไปในรูปของเรา ถ้าอำนาจเป็นไปในรูปของท่าน เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่รุ่งเรืองเหมือนเจ้าลิจฉวีเหล่านี้ มีรูปสวยน่าเลื่อมใส ย่อมรุ่งเรืองด้วยอัตตภาพเช่นเทวดาชั้นดาวดึงส์. ถ้าเราจะกล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ พระสมณโคดมเสด็จลุกขึ้นยกวาทะว่า อัคคิเวสสนะ ในกาลก่อนท่านกล่าวว่า อำนาจเป็นไปในรูปของเรา มาวันนี้ค้านเสียแล้ว เมื่อเขากล่าวว่าเป็นไปก็มีโทษอย่างหนึ่ง กล่าวเป็นไปไม่ได้ ก็มีโทษอย่างหนึ่งด้วยประการฉะนี้ ก็นิ่งเสียดังนี้แล.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามครั้งที่สอง สัจจกนิครนถ์ก็นิ่งเสียถึงสองครั้ง. ก็เพราะศีรษะของผู้ไม่ตอบชี้แจง เมื่อปัญหาอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามแล้วถึงสามครั้ง ย่อมแตกโดย ๗ เสี่ยง. ก็ธรรมดาว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีความเอ็นดูเป็นกำลังในหมู่สัตว์ เพราะบำเพ็ญพระบารมีตลอด ๔ อสงไขยยิ่งด้วยแสนกัปป์ เพื่อประโยชน์แก่หมู่สัตว์ทั้งนั้น ฉะนั้น ตรัสถามจนถึงสองครั้งแล้ว จึงได้ตรัสคำเป็นต้นว่า ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้กะสัจจกนิครนถ์บุตรว่า วันนี้ ท่านจงตอบชี้แจงดังนี้เป็นต้น.

ในบทนั้น บทว่า สหธมฺมิกํ คือ มีเหตุ มีผล. ชื่อว่าวชิรปาณี เพราะอรรถว่ามีวชิระในฝ่ามือ. บทว่า ยกฺโข ความว่า พึงทราบว่าผู้นั้นมิใช่ยักษ์ เป็นท้าวสักกเทวราช.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๐๙๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. จูฬสัจจกสูตร”