บทว่า อาจยาปจโย โหติ คือ ความเจริญและความเสื่อมย่อมปรากฏเพียงแต่ความเจริญและความเสื่อม กายนี้ก็มีความเจริญตามกาล ความเสื่อมตามกาล พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงว่า กายภาวนาไม่ปรากฏ ตรัสถามจิตตภาวนา ตรัสถามว่า ดูก่อนอัคคิเวสสนะ จิตตภาวนา ท่านฟังมาแล้วอย่างไร.
บทว่า น สมฺปายาสิ ความว่า ไม่อาจทูลให้สมบูรณ์ได้ เหมือนพาลปุถุชน.
บทว่า กุโต ปน ตฺวํ ความว่า ท่านผู้ใดไม่รู้ความเจริญของร่างกายที่อ่อนกำลัง เป็นส่วนหยาบอย่างนี้ ท่านผู้นั้นจักรู้จิตตภาวนาอันละเอียดสุขุมได้แต่ที่ไหนเล่า.
ส่วนในที่นี้ พระโจทนาลยเถระคิดว่า บทนั้นชื่อพระพุทธพจน์ก็หามิได้ วางพัดวีชนีหลีกไป. ต่อมาพระมหาสิวเถระอ้างพระพุทธพจน์นั้นว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเจริญบ้าง ความเสื่อมบ้าง ปฏิสนธิบ้าง จุติบ้างของกายอันเป็นมหาภูต ๔ นี้จักปรากฏ พระเถระฟังคำนั้นแล้วกำหนดว่า ควรกล่าวว่า เมื่อกำหนดกายเป็นส่วนหยาบ วิปัสสนาที่เกิดก็เป็นส่วนหยาบดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที