บทว่า ถเล นิกฺขิตฺตํ คือ ที่เขาวางไว้บนภูเขาหรือบนพื้นดิน ก็มีอุปมาเปรียบเทียบในข้อนี้ดังนี้ คือ ก็บุคคลมีกิเลสกามออกจากวัตถุกาม เหมือนไม้แห้งสนิท ไม่เปียกชุ่มด้วยกิเลสกาม เหมือนไม้ที่เขาวางไว้บนบกห่างจากน้ำ การบรรลุโลกุตตรมรรคด้วยเวทนา แม้เกิดเพราะความเพียรมีการนั่งในกลางแจ้งเป็นต้นของบุคคลมีกิเลสกาม ออกจากวัตถุกาม เหมือนสีไม้สีไฟ ไฟก็เกิด การบรรลุโลกุตตรมรรค ด้วยสุขาปฏิปทา เว้นจากเวทนาอันเกิดเพราะความเพียร เหมือนเกิดไฟด้วยเพียงการสีกับกิ่งต้นไม้อื่น. อุปมานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนำมาเพื่อประโยชน์แก่พระองค์. บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงทุกกรกิริยาของพระองค์ จึงตรัสว่า ตสฺส มยฺหํ เป็นต้น.
ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงทำทุกกรกิริยาแล้ว ไม่สามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้หรือ ทรงทำก็ตาม ไม่ทำก็ตาม สามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้.
ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ทรงทำเพราะเหตุไร.
ตอบว่า เราจักแสดงความพยายามของตนแก่โลกพร้อมทั้งเทวโลก และคุณคือความย่ำยีด้วยความเพียรนั้น จักให้เรายินดีได้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที