จริงอยู่ กษัตริย์ประทับนั่งบนปราสาท แม้ทรงได้รับราชสมบัติสืบต่อตามพระราชประเพณี ไม่ทรงยินดีอย่างนั้น ราชสมบัติที่พาเอาหมู่พลไปประหารข้าศึก ๒-๓ คน ทำลายข้าศึกได้มา โสมนัสอันมีกำลังย่อมเกิดแก่พระองค์ผู้ได้เสวยสิริราชสมบัติอย่างนั้น ทรงแลดูบริษัท ทรงรำลึกถึงความพยายามของตนแล้ว ทรงดำริอยู่ว่า เราทำกรรมนั้นในที่โน้น แทงอย่างนี้ ประหารอย่างนี้ซึ่งข้าศึกโน้นและโน้น จึงได้เสวยสิริราชสมบัตินี้ฉันใด

แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทรงดำริว่า เราจักแสดงความพยายามแก่โลกพร้อมทั้งเทวโลก ก็ความพยายามนั้นจักให้เรายินดี ให้เกิดโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ทำทุกกรกิริยา. อีกอย่างหนึ่ง แม้เมื่อจะทรงอนุเคราะห์หมู่ชนผู้เกิดในภายหลัง ก็ได้ทรงกระทำเหมือนกัน หมู่ชนผู้เกิดในภายหลังจักสำคัญความเพียรที่ควรทำว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงบำเพ็ญพระบารมีตลอด ๔ อสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป ทรงตั้งความเพียร บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ จะป่วยกล่าวไปใย ถึงพวกเราเล่า เมื่อเป็นอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า หมู่ชนจักกระทำที่สุดแห่งชาติ ชราและมรณะได้ เร็วพลัน เพราะฉะนั้น เมื่อจะทรงอนุเคราะห์หมู่ชนผู้เกิดภายหลัง จึงได้ทรงกระทำเหมือนกัน.

บทว่า ทนฺเตหิ ทนฺตมาธาย ได้แก่ กดพระทนต์บนด้วยพระทนต์ล่าง.

บทว่า เจตสา จิตฺตํ ได้แก่ ข่มอกุศลจิต ด้วยกุศลจิต.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๑๓๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาสัจจกสูตร”