ก็ในกาลนั้น พระเจ้าติสสมหาราชทรงรักษาอุโบสถกรรม ย่อมอยู่ในที่เร้นของพระราชา ณ เจติยบรรพต ท่านได้ให้สัญญาแก่ภิกษุผู้อุปัฏฐากของพระเถระว่า เมื่อใดพระผู้เป็นเจ้าของเราจะแก้ปัญหา หรือกล่าวธรรม เมื่อนั้นท่านพึงให้สัญญาแก่เราด้วย. ในวันธัมมัสสวนะวันหนึ่ง แม้พระเถระอันหมู่ภิกษุแวดล้อม ขึ้นสู่ลานกัณฑกเจติยะ ไหว้พระเจดีย์แล้ว จึงยืนอยู่ที่โคนต้นมะพลับดำ. ครั้นนั้น พระเถระถือบิณฑบาตเป็นวัตรรูปหนึ่งถามปัญหากะท่านพุทธรักขิตนั้นในกาลามสูตร. พระเถระกล่าวว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ วันนี้เป็นวันธัมมัสสวนะ มิใช่หรือ. ภิกษุนั้นเรียนว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ วันนี้เป็นวันธัมมัสสวนะ ขอรับ. พระเถระกล่าว ถ้าอย่างนั้น เธอจงนำเอาตั่งมา เราจักนั่งในที่นี้ แล้วจักกระทำการฟังธรรม.
ลำดับนั้น พวกภิกษุจึงปูลาดอาสนะที่โคนไม้ ถวายพระเถระนั้น. พระเถระกล่าวคาถาเบื้องต้นแล้ว จึงเริ่มกาลามสูตร. ภิกษุหนุ่มผู้อุปัฏฐากพระเถระนั้น จึงให้สัญญาแก่พระราชา.
พระราชาเสด็จไปถึง เมื่อคาถาเบื้องต้นยังไม่ทันจบ ก็ครั้นเสด็จถึงประทับยืนท้ายบริษัทด้วยเพศที่ไม่มีใครรู้จักเลย ประทับยืนทรงธรรมอยู่ตลอด ๓ ยามแล้ว ได้ประทานสาธุการในเวลาพระเถระกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคำนี้ดังนี้. พระเถระทราบแล้วจึงถามว่า มหาบพิตรพระองค์เสด็จมาแต่เมื่อไร.
พระราชา. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ในเวลาใกล้จะจบคาถาเบื้องต้นนั่นแหละ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที