ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งในห้องอันเป็นศิริ ในกูฏาคารอันสำเร็จแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการบนปราสาทของมิคารมารดา กูฏาคารอันเป็นที่อยู่ของพระสารีบุตรเถระอยู่ข้างขวา ของพระมหาโมคคัลลานเถระอยู่ข้างซ้าย ไม่มีช่องว่างติดต่อในภายใน เพราะเหตุนั้น พระเถระจึงไม่ได้ยินเสียงของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ยินแต่เสียงของท้าวสักกะจอมเทพเท่านั้น.

บทว่า ปญฺจหิ ตุริยสเตหิ ได้แก่ ดนตรีประกอบด้วยองค์ ๕ มีประมาณห้าร้อย. เครื่องดนตรีประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้คือ อาตตํ กลองหุ้มหนังหน้าเดียว, วิตตํ คือตะโพน, อาตตวิตตํ คือบัณเฑาะว์, สุสิรํ คือปี่หรือสังข์เป็นต้น และฆนํ คือฉิ่งเป็นต้น ชื่อว่าดนตรีประกอบด้วยองค์ ๕. ในเครื่องดนตรีเหล่านั้น ในบรรดากลองทั้งหลายมีกลองที่หุ้มหนังหน้าเดียว ชื่อว่าอาตตะ. กลองที่หุ้มหนังสองหน้า ชื่อว่าวิตตะ. กลองที่หุ้มด้วยหนังทั้งหมดมีบัณเฑาะว์เป็นต้น ชื่อว่าอาตตวิตตะ. เครื่องเป่ามีปี่เป็นต้น ชื่อว่าสุสิระ. ฉิ่งเป็นต้น ชื่อว่าฆนะ.

บทว่า สมปฺปิโต ได้แก่ เข้าถึงแล้ว.

บทว่า สมงฺคีภูโต เป็นคำไวพจน์ของ สมปฺปิโต นั้นนั่นแหละ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๑๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. จูฬตัณหาสังขยสูตร”