ทรงแสดงถึงความไม่มีความพอใจในทวาร.
เหมือนอย่างว่า ไฟอาศัยไม้จึงลุกโพลงอยู่ เมื่อปัจจัยคือเชื้อยังมีอยู่นั่นแหละ ก็ยังลุกอยู่ เมื่อปัจจัยคือเชื้อไม่มีอยู่ ก็ย่อมดับไปในที่นั้นนั่นเอง เพราะความขาดแคลนปัจจัย ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับเป็นต้นว่าไฟสะเก็ดไม้เป็นต้น เพราะก้าวล่วงวัตถุทั้งหลายมีสะเก็ดไม้เป็นต้นฉันใด วิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักษุและรูปฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อปัจจัยกล่าวคือจักขุประสาท รูป อาโลกะและมนสิการในทวารนั้น ยังมีอยู่ ย่อมเกิดขึ้น เมื่อปัจจัยนั้นไม่มีอยู่ ย่อมดับไปในที่นั้นแหละ. ด้วยความบกพร่องแห่งปัจจัย ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับเป็นต้นว่า โสตวิญญาณเป็นต้น เพราะก้าวล่วงโสตประสาทเป็นต้น.
ในวาระทั้งปวงก็มีนัยนี้แหละ.
ด้วยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงติเตียนภิกษุสาติด้วยพระดำรัสว่า เราย่อมไม่กล่าวเหตุแม้สักว่า ความพอใจในทวารในความเป็นไปแห่งวิญญาณ ก็สาติภิกษุโมฆบุรุษนี้ย่อมกล่าวถึงความพอใจในภพดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที