๓ อย่างเป็นไฉน คือ การสมาทานอธิศีลสิกขา ๑. การสมาทานอธิจิตตสิกขา ๑ การสมาทานอธิปัญญาสิกขา ๑ ดังนี้.

แม้ธรรมเหล่านั้น ก็ชื่อว่าเป็นธรรมกระทำให้เป็นสมณะเหมือนกัน.

แต่ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าให้เทศนาพิสดารแล้วด้วยอำนาจแห่งหิริโอตตัปปะเป็นต้น.

ในบทว่า เอวํ โน อยํ อมฺหากํ นี้ บทว่า โน สักว่าเป็นนิบาต. อธิบายว่า ธรรมนี้จักมีแก่พวกเราด้วยอาการอย่างนี้. แม้บททั้งสอง คือ มหปฺผลา และ มหานิสํสา ว่าโดยอรรถเป็นอย่างเดียวกัน. บทว่า อวญฺฌา ได้แก่ ไม่เป็นโมฆะ. บทว่า สผลา เนื้อความนี้ก็มีอรรถแห่งอโมฆะนั่นแหละ. จริงอยู่ ผลแห่งความไม่เป็นหมันไม่มี ผลนั้นชื่อว่ามีโทษ. บทว่า สอุทฺรยา แปลว่า มีกำไร คำนี้เป็นไวพจน์กัน เพราะมีผล. บทว่า เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพํ แปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๒๒๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. มหาอัสสปุรสูตร”