เขาแทงตลอดความจริงทั้งสามอย่างโดยหน้าที่ แทงตลอดความดับโดยไม่เหลือโดยอารมณ์. ส่วนในขณะแห่งผลของเขานั้น ไม่ต้องมีความผูกใจ ความรวบรวมใจ ความเอาใจใส่ และการพิจารณาว่า "เรากำหนดรู้ทุกข์ กำลังละเหตุให้เกิดทุกข์ กำลังทำให้แจ้งความดับโดยไม่เหลือ กำลังอบรมหนทาง. แต่สำหรับผู้ที่กำลังกำหนดถืออยู่นั้น หนทางของผู้ที่กำลังกำหนดถืออยู่นั้นแล ทำหน้าที่มีการกำหนดรู้เป็นต้นในความจริงสามประการให้สำเร็จอยู่ทีเดียว แทงตลอดความดับโดยไม่เหลือโดยอารมณ์.

ในคำว่า "เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าผู้มีปัญญา" นี้ โดยต่ำที่สุดพระโสดาบัน, สูงที่สุดพระขีณาสพ ท่านแสดงว่าเป็นผู้มีปัญญา ส่วนผู้ที่เล่าเรียนพระพุทธพจน์ (จบ) สามปิฎก โดยบาลีบ้าง โดยอรรถกถาบ้าง โดยอนุสนธิบ้าง โดยก่อนหลังบ้าง แล้วเที่ยวทำให้เป็นชั้นต่ำและชั้นสูง แต่ไม่มีแม้แต่การกำหนดเอาด้วยอำนาจแห่งความไม่เที่ยง เป็นทุกข์และความไม่มีตัวตนเลยนี้ หาได้ชื่อว่าผู้มีปัญญาไม่ ยังชื่อว่าผู้ไม่มีปัญญา (อยู่ตามเดิม) อย่าไปเรียกผู้ที่เที่ยวเอาแต่ความรู้แจ้ง (วิญญาณจริต) นั้นว่าเป็นผู้มีปัญญา.

คราวนี้ ผู้ที่ได้ยกขึ้นสู่ลักษณะสามอย่างแล้วพิจารณาตามลำดับวิปัสสนาอยู่ เที่ยวคิดว่า วันนี้ วันนี้แหละ อรหัตนี้ชื่อว่าเป็นผู้มีปัญญา ไม่ใช่ไม่มีปัญญา.

ผู้มีปัญญา เมื่อใครยอมให้พบด้วยก็พบ (แต่) ฝ่าย (ที่มีปัญญาด้วยกัน).

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๓๑๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาเวทัลลสูตร”