คำว่า "จิตสังขารย่อมเกิดขึ้นก่อน" คือ จริงอยู่ เมื่อจะออกจากนิโรธ จิตในผลสมาบัติย่อมเกิดขึ้นก่อน. ท่านหมายเอาสัญญาและเวทนาที่ประกอบด้วยผลสมาบัตินั้น จึงกล่าวว่า "จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นก่อน".
คำว่า "ต่อจากนั้น กายสังขาร" คือ ต่อจากจิตตสังขารนั้นไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในสมัยแห่งภวังค์.
ถามว่า ก็ผลสมาบัติไม่ยังลมหายใจออกและลมหายใจเข้าให้ตั้งขึ้นหรือ?
ตอบว่า ให้ตั้งขึ้น แต่ผลสมาบัติของผู้นี้ประกอบด้วยฌานที่สี่อยู่ ผลสมาบัตินั้นจึงทำให้ลมหายใจออกและลมหายใจเข้าตั้งขึ้นไม่ได้. หรือเพราะเหตุนี้หรือ? ผลสมาบัติจะประกอบด้วยฌานที่หนึ่ง หรือประกอบด้วยฌานที่สอง ที่สาม หรือที่สี่ก็ตามทีเถิด ลมหายใจออกและลมหายใจเข้าของภิกษุผู้ออกจากสมาบัติที่สงบ ย่อมเป็นสิ่งที่พูดไม่ได้ (คือมีเหมือนไม่มี) หรือ? ความที่ลมหายใจออกและลมหายใจเข้านั้นเป็นสิ่งที่พูดไม่ได้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที