บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงสิ่งทั้งสองเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ที่พึงรู้แจ้งด้วยตาและหูในธรรมนั้น. มารยาทที่เป็นไปทางกายของพระศาสดา ชื่อว่าธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยตาของผู้จะสอบสวน. มารยาทที่เป็นไปทางวาจา ชื่อว่าธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยหู.

บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงอาการที่จะพึงสอบสวนในธรรมเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สิ่งเหล่าใดเศร้าหมองพร้อมแล้วเป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า "เศร้าหมองพร้อมแล้ว" ได้แก่ ประกอบด้วยกิเลส และสิ่งเหล่านั้นจะพึงรู้แจ้งด้วยตาและหูหามิได้. เหมือนเมื่อน้ำปั่นป่วน ฟองน้ำผุดขึ้น บุคคลย่อมรู้ว่าภายในมีปลาฉันใด บุคคลเห็นและได้ยินกาย มารยาททางกายและทางวาจาของผู้ทำการฆ่าสัตว์หรือกล่าวเท็จเป็นต้น ก็ย่อมรู้ว่าจิตที่ให้อกุศลธรรมมีการฆ่าเป็นต้นตั้งขึ้นเศร้าหมองพร้อมแล้ว.

เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสอย่างนี้ว่า สำหรับผู้ที่มีจิตเศร้าหมอง แม้มารยาททางกายและทางวาจา ก็ชื่อว่าพลอยเศร้าหมองไปด้วย.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๔๔๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. วีมังสกสูตร”